การตอบสนองของพันธุ์ข้าวโพดไร่หลังข้าวต่อความถี่ในการให้น้ำและการคลุมดิน
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.1998.5คำสำคัญ:
พันธุ์ข้าวโพด ; ความถี่ในการให้น้ำ ; การคลุมดิน ; การเจริญเติบโตและผลผลิตบทคัดย่อ
การปลูกข้าวโพดไร่ในฤดูแล้งหลังเก็บเกี่ยวข้าวเขตชลประทาน มักประสบปัญหาต้นข้าวโพดมีการเจริญเติบโตไม่ดีและให้ผลผลิตค่อนข้างต่ำ ทั้งนี้เนื่องจากการจัดการน้ำที่ไม่เหมาะสม เช่น ความถี่ในการให้น้ำ การคลุมดิน และพันธุ์ข้าวโพด จึงได้ทำการศึกษาหาความถี่ในการให้น้ำที่เหมาะสมสำหรับพันธุ์ข้าวโพดไร่ที่มีอายุเก็บเกี่ยวต่างกัน เมื่อปลูกในสภาพที่มีการคลุมและไม่คลุมดิน ดำเนินการทดลองในดินนาที่เป็นดินร่วนทราย มี pH ประมาณ 5.5 มีอินทรียวัตถุประมาณ 1.2% สถานีทดลองพืชไร่พิษณุโลก อ. วังทอง จ. พิษณุโลก ในฤดูแล้ง (ธันวาคม-พฤษภาคม) ปี 2539-2540 ผลการทดลองทั้ง 2 ปี พบว่าข้าวโพดลูกผสมพันธุ์ DK 888 ซึ่งเป็นพันธุ์อายุยาว ให้น้ำหนักเมล็ดแห้งสูงกว่าพันธุ์ NST 94 ซึ่งเป็นพันธุ์อายุสั้น ระหว่าง 15-80% และการคลุมดินด้วยฟางข้าวให้น้ำหนักเมล็ดแห้งสูงกว่าไม่คลุมดินโดยเฉลี่ย 77-20% และการให้น้ำลดลงจากทุก 7 วัน เป็นทุก 14 วัน ทุก 21 วัน และทุก 28 วัน ให้น้ำหนักเมล็ดแห้งลดลงโดยเฉลี่ย 15, 24 และ 28% ตามลำดับเมื่อเปรียบเทียบกับการให้น้ำทุก 7 วัน ในทางตรงกันข้ามปริมาณการให้น้ำลดลงโดยเฉลี่ย 44, 54 และ 62% สำหรับการให้น้ำทุก 14, 21 และ 28 วัน ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับการให้น้ำทุก 7 วัน สำหรับการเจริญเติบโต องค์ประกอบผลผลิต ประสิทธิภาพการใช้น้ำ และ ASI ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงความถี่ในการให้น้ำ การคลุมดิน และพันธุ์ข้าวโพด
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร