แมลงศัตรูข้าวและศัตรูธรรมชาติในนาข้าวญี่ปุ่น ที่สถานีทดลองข้าวชัยนาท

ผู้แต่ง

  • - กองปฐพีวิทยา กรมวิชาการเกษตร

DOI:

https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.1998.23

คำสำคัญ:

แมลงศัตรูข้าว, ศัตรูธรรมชาติ, ข้าวญี่ปุ่น

บทคัดย่อ

นิเวศวิทยาของแมลงศัตรูพืช เป็นข้อมูลทางวิชาการที่จำเป็นและสำคัญที่สุดในการบริหารแมลงศัตรูพืช ได้ศึกษานิเวศวิทยาของแมลงศัตรูข้าวในนาข้าวญี่ปุน 4 พันธุ์ คือ ก.วก. 1 ก.วก. 2 โทโดโรกิวาเซ่และชิโยนิชิกิ ทำการทดลองที่สถานีทดลองข้าวชัยนาท ในฤดูนาปรัง ปี 2539 และ 2540 โดยปลูกข้าวทดลองแบบนาดำ ไม่ใช้สารฆ่าแมลงในแปลงทดลอง และเก็บตัวอย่างแมลงในแปลงทดลอง โดยใช้เครื่อง D-vac แล้วนำมาจำแนกชนิดและนับจำนวนแมลงทุกชนิด ขณะเดียวกันก็ตรวจนับการทำลายของแมลงศัตรูข้าวที่สำคัญ และตรวจปริมาณของแมลงสิงในระยะข้าวออกรวง เก็บเกี่ยวและวัดผลผลิตข้าวทุกพันธุ์
ผลการทดลองพบว่า การระบาดของแมลงศัตรูข้าวในนาข้าวทั้ง 4 พันธุ์ ไม่ถึงระดับทำความเสียหายทางเศรษฐกิจ และได้ผลผลิตข้างสูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ยทั่วไป ในภาพนาข้าวดังกล่าว พบว่า แมลงส่วนใหญ่ 66% เป็นแมลงที่กินอินทรียวัตถุเป็นอาหาร แมลงศัตรูข้าวมีเพียง 11% ตัวห้ำ 14% และแมลงเบียน 10% แมลงศัตรูข้าว 54% เป็นพวกเพลี้ยจักจั่น และเพลี้ยกระโดด โดยเพลี้ยจักจั่นสีเขียว (Nephotettix spp.) มีมากที่สุด คือ 45% ในปี 2539 พบแมลงสิง (Leptocorisa spp.) 35% ข้าวพันธุ์ ก.วก.1 และ ก.วก.2 มีแมลงสิงมากกว่าพันธุ์โทโดโรกิวาเซ่ และชิโยนิชิกิ 2 เท่า และในปี 2540 พบเพลี้ยไฟในนาข้าว 30% ของแมลงศัตรูข้าวทั้งหมด
แมลงเบียนเป็นแมลงในอันดับ Hymenoptera แทบทั้งหมด ส่วนตัวห้ำพวกแมงมุมมีมากที่สุด พบถึง 70% แต่บทบาทของแมงมุมต่อเพลี้ยจักจั่นและเพลี้ยกระโดดในนาข้าว ไม่มีความสัมพันธ์กันทางสถิติ กล่าวคือ บทบาทของแมงมุมในการควบคุมแมลงศัตรูข้าวไม่ปรากฎชัดเจน อย่างไรก็ตามปริมาณของแมงมุมและศัตรูธรรมชาติอื่น ๆ มีความสัมพันธ์กันในทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (60%) แสดงว่าศัตรูธรรมชาติชนิดต่าง ๆ มีบทบาทเสริมกันในการควบคุมปริมาณแมลงศัตรูข้าวในนาข้าวญี่ปุ่น และในสภาวะการณ์ดังกล่าวเกษตรกรไม่จำเป็นต้องใช้สารฆ่าแมลงในนาข้าว

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

1998-12-22

รูปแบบการอ้างอิง

รวยอารีย์ ส. (1998). แมลงศัตรูข้าวและศัตรูธรรมชาติในนาข้าวญี่ปุ่น ที่สถานีทดลองข้าวชัยนาท. วารสารวิชาการเกษตร, 16(3), 217–228. https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.1998.23

ฉบับ

ประเภทบทความ

งานวิจัย