การใช้ไรตัวห้ำ , Amblyseius longispinosus (Evans) ควบคุมไรสองจุด ศัตรูสำคัญของสตรอเบอรี่
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.1996.17คำสำคัญ:
predatory mite, release rateบทคัดย่อ
การศึกษาวิธีเลี้ยงขยายปริมาณไรตัวห้ำ Amblyseius longispinosus (Evans) และวิธีการนำไปใช้โดยศึกษาอัตราการปล่อยไรตัวห้ำชนิดนี้ที่เหมาะสมในการควบคุมไรสองจุด Tetranychus urticae ในแปลงสตรอเบอรี่ และการทดสอบประสิทธิภาพของไรตัวห้ำ A. longispinosus ในแปลงปลูกสตรอเบอรี่ขนาดใหญ่ ได้ปฏิบัติการทดลองในปี 2535-2539 โดยทำการทดลองเลี้ยงขยายปริมาณที่กองกีฏและสัตววิทยา กรมวิชาการเกษตร กรุงเทพมหานคร และทำการศึกษาการปล่อยในสภาพแปลงปลูก สตรอเบอรี่ ที่ อำเภอเมือง และอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
ผลการศึกษาวิธีการเพาะเลี้ยงไรตัวห้ำ A. longispinosus ให้ได้ปริมาณมาก พบว่าถั่วพุ่ม และถั่วเขียวผิวมันเป็นพืชอาหารที่ดีที่สุดสำหรับเหยื่อ (ไรแดงหม่อน) โดยมีอัตราการปล่อยเลี้ยงขยายไรตัวห้ำต่อไรปดงหม่อน อัตรา 1:20 ถึง 1:50 หรือปล่อยไรตัวห้ำเป็นจำนวน 20-50 ตัวต่อไรแดงหม่อน 1,000 ตัว ลงบนต้นถั่วอายุ 3 สัปดาห์ จำนวน 180 ต้น จะสามารถผลิตขยายไรตัวห้ำได้มาก เฉลี่ยประมาณ 27,500 ตัว หรือ 13-17 ตัวต่อใบถั่ว ภายในเวลา 2 สัปดาห์
การศึกษาอัตราการปล่อยไรตัวห้ำ A. longispinosus ที่เหมาะสมในการควบคุมไรสองจุดในแปลงสตรอเบอรี่ ผลการทดลองพบว่าการปล่อยในอัตรา 2, 5 และ 10 ตัวต่อต้น ตั้งแต่ไรสองจุดเริ่มเข้าทำลายประมาณ 5 ตัวต่อใบย่อย โดยการปล่อย 2 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 2 สัปดาห์ ให้ผลดีในการควบคุมไรสองจุดได้ดีไม่แตกต่างกัน ดังนั้นเพื่อให้สิ้นเปลืองไรตัวห้ำน้อยที่สุด จึงควรปล่อยไรตัวห้ำเพียง 2-5 ตัวต่อต้น ส่วนการทดสอบประสิทธิภาพของไรตัวห้ำชนิดนี้ในการควบคุมไรสองจุดในแปลงสตรอเบอรี่ขนาดใหญ่ ซึ่งมีการระบาดอย่างรุนแรง ผลการทดลองเลี้ยงไรตัวห้ำแล้วนำไปใช้ปล่อยพบว่าไรตัวห้ำ A. longispinosus มีประสิทธิภาพดีมากด้วยการใช้วิธีปล่อบ 2-5 ตัว ต่อต้น เมื่อเริ่มมีไรสองจุดเข้าทำลายและปล่อยไปเป็นระยะ ๆ ห่างกันครั้งละ ประมาณ 2 สัปดาห์ เป็นจำนวน 7 ครั้ง ไรตัวห้ำจะสามารถควบคุมไรสองจุดได้อย่างสมบูรณ์ในเวลา 12 สัปดาห์ โดยสามารถลดจำนวนไรสองจุดในช่วงระบาดรุนแรง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้สูงถึง 84.60 % และทำให้ต้นสตรอเบอรี่มีช่อดอกมากแตกต่างทางสถิติจากแปลงที่ไม่มีการควบคุม ซึ่งคิดเป็นน้ำหนักผลผลิตที่ได้แตกต่างถึง 102.62 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 400 ตารางเมตร
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร