การใช้สารกำจัดวัชพืชในการควบคุมวัชพืชเพื่อเพิ่มผลผลิตถั่วเหลืองหลังนา

ผู้แต่ง

  • โสพิศ ใจปาละ ศูนย์วิจัยพืชไร่เชียงใหม่ กรมวิชาการเกษตร
  • จงรักษ์ พันธ์ไชยศรี ศูนย์วิจัยพืชไร่เชียงใหม่
  • พิมล ภาวดี ศูนย์วิจัยพืชไร่เชียงใหม่ กรมวิชาการเกษตร

DOI:

https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2022.9

คำสำคัญ:

สารกำจัดวัชพืช, ถั่วเหลืองหลังนา

บทคัดย่อ

การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา การใช้สารกำจัดวัชพืชในการควบคุมวัชพืชเพื่อ เพิ่มผลผลิตถั่วเหลืองหลังนา ดำเนินการในฤดู แล้ง ที่ศูนย์วิจัยพืชไร่เชียงใหม่จ.เชียงใหม่ตั้งแต่ เดือนตุลาคม พ.ศ. 2558 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2561 ใช้ถั่วเหลืองพันธุ์เชียงใหม่60 วางแผนการ ทดลองแบบ RCB จำนวน 4 ซ้ำ มี7 กรรมวิธี ดังนี้1) alachlor อัตรา 240 กรัมสารออกฤทธิ์/ไร่ พ่นคลุมดินหลังปลูก 2) imazethapyr อัตรา 20 กรัมสารออกฤทธิ์/ไร่ พ่นหลังปลูก 7-10 วัน 3) fluazifop-P-butyl + fomesafen อัตรา 24 + 40 กรัมสารออกฤทธิ์/ไร่ 4) quizalofop-P-tefuryl + fomesafen อัตรา 12 + 40 กรัมสารออกฤทธิ์/ไร่ 5) haloxsifop-R-methyl + fomesafen อัตรา 20 + 40 กรัมสารออกฤทธิ์/ไร่ 6) fenoxaprop[1]P-ethyl + fomesafen อัตรา 12 + 40 กรัมสาร ออกฤทธิ์/ไร่ โดยกรรมวิธีที่ 3-6 พ่นหลังปลูก 15-20 วัน และ 7) ไม่กำจัดวัชพืช ผลการทดลอง พบว่าการใช้สารกำจัดวัชพืชในทุกกรรมวิธีมีความ เป็นพิษต่อถั่วเหลืองเล็กน้อยถึงปานกลาง การใช้ fluazifop-P-butyl + fomesafen อัตรา 24+40 กรัมสารออกฤทธิ์/ไร่ มีประสิทธิภาพการควบคุม วัชพืชใบแคบและใบกว้างได้ดีจนถึงระยะ 45 วัน หลังพ่น สำหรับผลผลิตมีความแตกต่างกันอย่าง มีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ ทุกกรรมวิธีที่มีการกำจัด วัชพืชให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงกว่าการไม่กำจัดวัชพืช 57-65 % โดยการใช้haloxsifop-R-methyl + fomesafen, fluazifop-P-butyl + fomesafen และ quizalofop-P-tefuryl + fomesafen ให้ ผลผลิตสูงที่สุด คือ 307, 307 และ 294 กก./ไร่ ตามลำดับ และมีค่าอัตราส่วนผลตอบแทนต่อการ ลงทุน (benefit cost ratio: BCR) มากกว่า 1 ซึ่งถือว่าคุ้มค่าต่อการลงทุน โดยกรรมวิธีที่ให้ ผลคุ้มค่าที่สุดคือ การใช้ fluazifop-P-butyl + fomesafen อัตรา 24 + 40 กรัมสารออกฤทธิ์/ไร่ และสามารถใช้ haloxsifop-R-methyl หรือ quizalofop-P-tefuryl ทดแทนได้ เนื่องจากมี ความคุ้มค่า เช่นกัน

เอกสารอ้างอิง

กลุ่มวิจัยวัชพืช. 2554. ถั่วเหลือง. หน้า: 15-16. ใน: คำแนะนำการจัดทำแผนและรายงานผลการ ทดลองประสิทธิภาพสารกำจัดวัชพืชเพื่อขึ้น ทะเบียนวัตถุอันตราย. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด, กรุงเทพ.

กลุ่มวิจัยวัชพืช. 2555. คำแนะนำการควบคุมวัชพืชและการใช้สารกำจัดวัชพืช ปี 2554. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด, กรุงเทพฯ. 149 หน้า.

คมสัน นครศรี จรัญญา ปิ่นสุภา ภัทร์พิชชา รุจิระพงศ์ชัย กลอยใจ คงเจี้ยง และทิพย์ดรุณี สิทธินาม. 2553. การศึกษาประสิทธิภาพสารป้องกันกำจัดวัชพืชชนิดใหม่ในพืชเศรษฐกิจ (ถั่วเหลืองฝักสด). แหล่งข้อมูล: http://www.doa.go.th/research/ files/1558_2553.pdf. สืบค้น: 12 มกราคม 2562.

ชวนชม ดีรัศมี. 2545. ผลการแก่งแย่งและการควบคุมวัชพืชใบกว้างที่มีต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของถั่วเหลืองฝักสด. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, กรุงเทพฯ. 95 หน้า

ชูชีพ พิพัฒน์ศิถี. 2540. เศรษฐศาสตร์การวิเคราะห์โครงการ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ. 230 หน้า. ทวีแสงทอง วิโรจน์ วจนานวัช จรูญ อารีย์และมาลี พึ่งเจริญ. 2539. ผลของสารกำจัดวัชพืชพ่นหลังการงอกต่อวัชพืชและผลผลิตของถั่วเหลืองฝักสด. หน้า 273-279. ใน: การประชุมวิชาการ ถั่วเหลืองแห่งชาติ ครั้งที่ 6. วันที่ 3-6 กันยายน 2539. จ.เชียงใหม่.

พรชัย เหลืองอาภาพงศ์. 2540. วัชพืชศาสตร์. สำนักพิมพ์รั้วเขียว, กรุงเทพ. 585 หน้า.

สมชาย บุญประดับ เทวา เมาลานนท์ พรศักดิ์ ดวงพุดตาน และมนตรี ชาตะศิริ. 2541. ผลของอัตราการใช้เมล็ดพันธุ์ และสารกำจัดวัชพืชต่อผลผลิตของถั่วเหลืองฤดูแล้งในจังหวัดพิษณุโลก. หน้า 20. ใน: รายงานบทคัดย่อการประชุมวิชาการถั่วเหลืองแห่งชาติ ครั้งที่ 7. วันที่ 25-27 สิงหาคม 2541. กรุงเทพฯ.

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. 2562. ดัชนีราคาและผลผลิต. ราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้ ณ ไร่นา. แหล่งข้อมูล : http://www.oae.go.th/ assets/portals/1/fileups/aeocdata/files/ Table_3_th_agri_Price.XLS. สืบค้น: 30 มกราคม 2562.

Zimdahl, R.L. 1980. Weed Crop Competition: A Review. International Plant Protection Center, Corvallis, Oregon. 196 p.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-06-08

รูปแบบการอ้างอิง

ใจปาละ โ. ., พันธ์ไชยศรี จ. ., & ภาวดี พ. . (2022). การใช้สารกำจัดวัชพืชในการควบคุมวัชพืชเพื่อเพิ่มผลผลิตถั่วเหลืองหลังนา. วารสารวิชาการเกษตร, 40(1). https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2022.9

ฉบับ

ประเภทบทความ

งานวิจัย