ประสิทธิภาพของเชื้อแอกติโนมัยซีสต์ในการควบคุมเชื้อราสาเหตุโรคถอดฝักดาบ (Fusarium moniliforme J. Sheld) ของข้าว
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2013.11คำสำคัญ:
เชื้อแอกติโนมัยซีสต์, โรคถอดฝักดาบข้าวบทคัดย่อ
ทดสอบประสิทธิภาพของเชื้อแอกติโนมัยซีสต์ จำนวน 6 ไอโซเลท ได้แก่ NSP1, NSP3, NSP4, NSP5, and NSP6 ในการควบคุมเชื้อรา Fusarium moniliforme สาเหตุโรคถอดฝักดาบของข้าว โดยวิธี Dual culture พบว่าเชื้อแอกติโนมัยชีสต์ไอโซเลท NSP1 มีเปอร์เซ็นต์ยับยั้งเส้นใยการเจริญของเส้นใยเชื้อรา F. moniliforme ที่แยกได้จากเมล็ดข้าวและต้นข้าวสูงที่สุดซึ่งเฉลี่ย 87.19% จากนั้นเลี้ยงเชื้อแอกติโนมัยซีสต์จำนวน 6 ไอโซเลท ในอาการเหลว enzyme production medium (EPM) โดยเขย่าที่อุณหภูมิ 30ºc เป็นเวลา 5 วัน แล้วแบ่งอาหารเหลวเลี้ยงเชื้อแอกติโนมัยซีสต์ออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ cell suspensions และ culture filtrate ในการยับยั้งการงอกของสปอร์เชื้อราสาเหตุโรควิธี Slide culture พบว่าที่เวลา 6 ชม. หลังจากการทดสอบ cell suspensions ของเชื้อแอกติโนมัยซีสต์ทั้ง 6 ไอโซเลท ที่เลี้ยงเชื้อเป็นระยะดเวลา 5 วัน สามารถยับยั้งการงอกของสปอร์ของเชื้อรา F.moniliforme ได้ 98.89, 98.61, 89.48, 74.38,76.53 และ 77.57% ตามลำดับ สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของเชื้อแอกติโนมัยซีสต์ NSP1 ในการควบคุมเชื้อรา F.moniliforme บนเมล็ดข้าว โดยการปลูกเชื้อราสาเหตุบนเมล็ดข้าวเป็นเวลา 24 ชม. จากนั้นแช่แมล็ดข้าวใน cell suspensions และ culture filtrate ปรากฏว่าไม่พบเชื้อราที่ติดมากับเมล็ดข้าวที่ต่างจากชุดควบคุม นอกจากนี้เมื่อทดสอบประสิทธิภาพของเชื้อแอกติโนมัยซีสต์ในสภาพโรงเรือน เมื่อเปรียบเทียบความสูงต้นข้าวที่ทดสอบเป็นเวลา 15 วัน โดยความสูงของต้นข้าวหลังจากทดสอบเชื้อแอกติโนมัยซีสต์ NPS1 ก่อนปลูกเชื้อเท่ากับ 1.39 1.16 และ 1.32 เท่าการทดสอบปลูกเชื้อก่อนเชื้อแอกติโนมัยซีสต์ NSP1 และทดสอบเชื้อแอกติโนมัยซีสต์ NSP1 และปลูกเชื้อพร้อมกัน ตามลำดับ
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2017 วารสารวิชาการเกษตร (Thai Agricultural Research Journal)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร