การประเมินสายพันธุ์เห็ดสกุลนางรม (Pieurotus spp.) ที่เหมาะสมกับการเพาะแต่ละฤดูกาล
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2012.1คำสำคัญ:
เห็ดสกุลนางรม, เปรียบเทียบพันธุ์เห็ด, ฤดูกาลเพาะเห็ดบทคัดย่อ
นำเชื้อเห็ดสกุลนางรมที่เก็บรวบรวมไว้ที่ศูนย์รวบรวมเชื้อพันธุ์เห็ดแห่งประเทศไทย 10 สายพันธุ์ มาทดสอบการผลิตในแต่ละฤดูกาลในเขตภาคเหนือตอนบน โดยทดลองที่ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงรายระหว่างปี พ.ศ. 2552-2553 ทำการทดสอบการเจริญทางเส้นใยของแต่ละสายพันธุ์บนอาหารเลี้ยงเชื้อ PDA โดยวัดเส้นผ่านศูนย์กลางโคโลนีของเชื้อเห็ดเมื่อเชื้อมีอายุ 7 วัน พบว่ามีความแตกต่างกันทางสถิติของการเจริญของเส้นใยเห็ดแต่ละสายพันธุ์ที่นำมาทดสอบ ทดสอบการเจริญทางเส้นใยบนก้อนวัสดุที่เตรียมจากขี้เลื่อยไม้ยางพาราที่มีส่วนผสมของรำละเอียด 8% ปูนขาว 1% ยิปซั่ม 1% ดีเกลือ (MG2SO4) 0.2% โดยน้ำหนัก และเติมน้ำให้วัสดุเพาะมีความชื้นประมาณ 60% ทำการวัดความยาวของเส้นใยเห็ดก้อนวัสดุหลังจากบ่มเชื้อ 15 วัน ที่อุณหภูมิห้อง พบว่ามีความแตกต่างทางสถิติของความยาวเส้นใยในแต่ละสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์เบอร์ 3 และเบอร์ 5 เป็นสองสายพันธุ์ที่มีการเจริญทางเส้นใยดีที่สุดทั้งบนอาหาร PDA และ บนก้อนวัสดุที่ทำจากขี้เลื่อยไม้ยางพารา และสายพันธุ์เบอร์ 5 ให้ผลผลิตสูงเมื่อนำก้อนเชื้อเห็ดไปเปิดดอกในโรงเรือน ในการเปรียบเทียบผลผลิตเห็ด พบว่าแต่ละสายพันธุ์ให้ผลผลิตแตกต่างกันในการผลิตแต่ละฤดูกาล โดยมี 6 สายพันธุ์ให้ผลผลิตสูงในฤดูร้อนได้แก่ เบอร์ 17 18 13 16 12 และเบอร์ 5 ตามลำดับ ซึ่งผลผลิตของทั้ง 6 สายพันธุ์ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ ในขณะที่ในฤดูหนาวมีเพียงสองสายพันธุ์เท่านั้นที่ให้ผลผลิตสูงคือ เบอร์ 13 และเบอร์ 17 โดยที่เบอร์ 5 12 และเบอร์ 15 เป็น 3 สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงในฤดูฝน ทั้งนี้เบอร์ 17 คือสายพันธุ์นางรมฮังการีเบอร์ 1 ซึ่งปัจจุบันเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรอยู่แล้ว
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2017 วารสารวิชาการเกษตร (Thai Agricultural Research Journal)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร