การศึกษาทางสัณฐานและเซลล์วิทยาของมะนาว (Citrus aurantifolia Swingle) พอลิพลอยด์ที่ถูกชักนำด้วยสารโคลซิซิน

ผู้แต่ง

  • นงนุช เอื้อวงศ์ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร อ.เมือง จ.นครปฐม 73000
  • ชลกรานต์ อวยจินดา ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร อ.เมือง จ.นครปฐม 73000
  • วิไลพร แซ่ลิ้ม ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร อ.เมือง จ.นครปฐม 73000
  • สุพรรณญิกา เส็งสาย ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร อ.เมือง จ.นครปฐม 73000
  • วิมล ขวัญเกื้อ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร อ.เมือง จ.นครปฐม 73000

DOI:

https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2012.13

คำสำคัญ:

มะนาว, พอลิพลอยดี, โคลชีซิน, เททระพลอยด์

บทคัดย่อ

การปรับปรุงพันธุ์มะนาว (Citrus aurantifolia) โดยการชักนำให้เกิดสภาพพอลิพลอยด์ด้วยสารโคลซิซิน ดำเนินการโดยนำเมล็ดแช่ในสารละลายโคลซิซินความเข้มข้น 0.4% เป็นเวลา 6 ชม. จากนั้นจึงศึกษาลักษณะทางสัณฐานต่าง ๆ ที่เป็นตัวชี้วัดสภาพพอลิพลอยดีปริมาณดีเอ็นเอและจำนวนไครโมโซมของต้นมะนาวที่คาดว่าเป็นต้นพอลิพลอยดี พบว่า 16% ของต้นมะนาวที่ได้รับสารมีปริมาณดีเอ็นเอเป็น 2 เท่าของต้นควบคุมที่เป็นดิพลอยด์เมื่อตรวจสอบปริมาณดีเอ็นเอด้วยวิธี flow cytometry แสดงว่าต้นมะนาวที่ได้เป็นต้นเททระพลอยด์ สอดคล้องกับผลการศึกษาจำนวนโครโมโซมในเซลล์ปลายรากด้วยวิธี squash technique  และ chromosome conuting ซึ่งพบว่าต้นเททระพลอยด์และต้นดิพลอยด์มีจำนวนโครโมโซมเท่ากับ 2n=4x=36 และ 2n=2x=18 ตามลำดับ ทั้งนี้ต้นมะนาวเททระพลอยด์ที่ได้มีใบหนาและมีขนาดของใบ ตลอดจนขนาดของเซลล์คุมใหญ่กว่าต้นดิพลอยด์ ส่วนความหนาแน่นของปากใบและต่อมน้ำมันมีค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การมีจำนวนโครโมโซมเพิ่มขึ้น เท่าตัวในต้นเททระพลอยด์มีผลให้ขนาดผลและขนาดของเมล็ดใหญ่ขึ้น จำนวนเมล็ดและความหนาของเปลือกผลเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าต้นมะนาวพอลิพลอยด์มีความเข้มข้นของปริมาณกรดในน้ำมะนาวมากกว่าต้นดิพลอยด์ด้วย

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2012-12-31

รูปแบบการอ้างอิง

เอื้อวงศ์ น., อวยจินดา ช., แซ่ลิ้ม ว., เส็งสาย ส., & ขวัญเกื้อ ว. (2012). การศึกษาทางสัณฐานและเซลล์วิทยาของมะนาว (Citrus aurantifolia Swingle) พอลิพลอยด์ที่ถูกชักนำด้วยสารโคลซิซิน. วารสารวิชาการเกษตร, 30(3), 258–273. https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2012.13

ฉบับ

ประเภทบทความ

งานวิจัย