การพิสูจน์เอกลักษณ์ของกระเทียมจากแหล่งปลูกต่าง ๆ
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2016.20คำสำคัญ:
ลักษณะทางสัณฐานวิทยา, องค์ประกอบทางเคมี, ลายพิมพ์ DNA, กระเทียมบทคัดย่อ
การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อจำแนกพันธุ์กระเทียมจากแหล่งปลูกต่าง ๆ และใช้ประโยชน์เป็นข้อมูลบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เพื่อป้องกันการแอบอ้างหวังผลทางการค้า ทำการทดลองที่ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรน่าน ระหว่างปีพ.ศ. 2555-2556 ได้รวบรวมกระเทียมจากแหล่งปลูกต่าง ๆ จำนวน 18 ตัวอย่าง นำมาจำแนกโดยใช้ลักษณะทางสัณฐานวิทยา ด้วยการสังเกตความแตกต่างของลักษณะต้น ความกว้างใบ สีเปลือกของหัว รูปทรงหัว และขนาด สามารถแยกความแตกต่างได้เป็นพื้นที่ปลูก 2 แหล่งใหญ่ คือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การศึกษาองค์ประกอบทางเคมี โดยการสกัดน้ำมันหอมระเหย 2 วิธีการ คือ การสกัดด้วยตัวทำละลายร้อน และเย็น ใช้ตัวทำละลาย2 ชนิด คือ Ethanol และ Hexane และวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีด้วยวิธี GC-MSพบชนิดของสารและปริมาณที่แตกต่างกันตัวอย่าง GA55018 สกัดด้วยตัวทำละลายร้อน
พบองค์ประกอบทางเคมี 5 ชนิด และพบสารTrisulfide, di-2-propenyl มากที่สุด ขณะที่สกัดด้วยตัวทำละลายเย็น พบองค์ประกอบทางเคมีมากกว่า 10 ชนิดและพบ Phthalic acid, diiso-octylester มากที่สุด ดังนั้น จำเป็นต้องใช้วิธีการสกัดทั้ง 2 วิธีการ และใช้ Hexane เป็นตัวทำละลาย ในการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีในน้ำมันกระเทียมที่ได้จากการสกัดด้วยตัวทำละลายร้อนโดยใช้ Hexane สามารถแบ่งกลุ่มของสารประกอบและอนุพันธ์ของสารประกอบได้11 กลุ่ม ตามโครงสร้างทางเคมี กระเทียมแต่ละพื้นที่มีปริมาณสารอาหารและแร่ธาตุไม่แตกต่างกัน การจำแนกกระเทียมโดยใช้ลายพิมพ์ดีเอ็นเอด้วยเทคนิค Randomly amplified polymorphicDNA (RAPD) และ Microsatellite สามารถจัดกลุ่มของกระเทียมได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มกระเทียมจากแหล่งปลูก จ.ศรีสะเกษ และกลุ่มกระเทียมจากแหล่งปลูกในภาคเหนือ ซึ่งข้อมูลที่ได้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ได้
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2017 วารสารวิชาการเกษตร (Thai Agricultural Research Journal)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร