การวิจัยและพัฒนาเครื่องอบไอน้ำชาเขียว (Camellia sinensis L. Kuntz.) ระดับเกษตรกร

ผู้แต่ง

  • เกรียงศักดิ์ นักผูก ศูนย์วิจัยวิศวกรรมเชียงใหม่ สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50202
  • ชวนชื่น เดี่ยววิไล สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50202

DOI:

https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2011.20

คำสำคัญ:

ชาเขียว, ส่วนผลิตไอน้ำ, ชาอบไอน้ำ

บทคัดย่อ

กระบวนการผลิตชาเขียวอบไอน้ำยังใหม่สำหรับคนไทย มีขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการแปรรูปคือการอบไอน้ำ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีเครื่องมือนี้ใช้ในระดับเกษตรกร ในการวิจัยนี้จึงได้ดำเนินการทดสอบและพัฒนาเครื่องอบไอน้ำชาเขียว มีส่วนประกอบหลัก 2 ส่วนคือ ส่วนผลิตไอน้ำและส่วนอบไอน้ำ โดยส่วนผลิตไอน้ำมีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยม ด้านล่างเป็นห้องเผาไหม้ มีท่อไฟติดที่ผนังห้องเผาไหม้ จำนวน 21 ท่อ ผ่านเข้าไปในส่วนต้มน้ำ ปลายของท่อไฟอีกด้านต่อเข้าด้านล่างและด้านข้างของปล่องความร้อนทิ้ง (อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนแบบเปลือกและท่อ) สามารถผลิตไอน้ำ โดยไม่เกิดแรงดันสูง ไอน้ำที่ออกจากส่วนผลิตไอน้ำอุณหภูมิเฉลี่ย 128 °ซ. ผลิตไอน้ำได้ 18 กก./ชม. ที่อัตราการสิ้นเปลืองก๊าซหุงต้ม 2.2 กก./ชม. ประสิทธิภาพเชิงความร้อนของส่วนผลิตไอน้ำ 79% ส่วนที่สองคือส่วนอบไอน้ำ ประกอบด้วย 5 ชิ้นคือ โครงสร้างฐาน,โครงสร้างส่วนบน เพลาลำเลียงใบชา ต้นกำลัง (มอเตอร์ขนาด 0.4 กิโลวัตต์) และห้องอบไอน้ำซึ่งประกอบด้วยโครงสร้าง 3 ชิ้น คือช่องป้อนใบชา ห้องอบไอน้ำและท่อลำเลียงใบชา เครื่องอบไอน้ำชาเขียวทำงานโดย ท่อลำเลียงกับเพลาลำเลียงหมุนสวนทางกัน ด้วยความเร็ว 70 และ 120 รอบ/นาที และสามารถป้อนใบชาได้ 23 กก./ชม. ใช้เวลาอบไอน้ำประมาณ 10-12 วินาที แล้วใบชาถูกลำเลียงออกมาตามท่อลำเลียงจนสุดปลายท่อลำเลียงที่ทางออก ได้ใบชาอบไอน้ำ

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2011-08-31

รูปแบบการอ้างอิง

นักผูก เ., & เดี่ยววิไล ช. (2011). การวิจัยและพัฒนาเครื่องอบไอน้ำชาเขียว (Camellia sinensis L. Kuntz.) ระดับเกษตรกร. วารสารวิชาการเกษตร, 29(2), 170–181. https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2011.20

ฉบับ

ประเภทบทความ

งานวิจัย