สารให้ความคงตัวจากผลสำรอง (Scaphium scaphigerunm) ในผลิตภัณฑ์อาหาร
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2017.21คำสำคัญ:
ผงสำรอง, สารให้ความคงตัว, น้ำมังคุด , น้ำสลัดมังคุด, เยลลีมะม่วงบทคัดย่อ
ผลสำรอง (Scaphium scaphigerunm) เมื่อนำมาแช่น้ำจะเกิดการพองตัวมีลักษณะคล้ายวุ้น จึงนำมาใช้เป็นสารให้ความคงตัวในผลิตภัณฑ์อาหาร เตรียมผงสำรองโดยแยกเนื้อจากผลสำรองแห้งมาบดเป็นผง แยกวุ้นสำรองอบแห้งด้วยตู้อบลมร้อนที่อุณหภูมิ 70 ํซ และทำให้แห้งด้วยเครื่องทำแห้งแบบลูกกลิ้ง ผงสำรองทั้ง 3 วิธี ที่ได้มีสีน้ำตาลเข้ม ปริมาณน้ำอิสระน้อยกว่า 0.6 และปริมาณคาร์โบไฮเดรตร้อยละ 75.41-77.08 โดยน้ำหนักแห้ง เมื่อนำผลผลิตทั้ง 3 ชนิด ที่ได้มาเติมในน้ำสลัดมังคุดทดแทนแป้งข้าวโพดร้อยละ 2 โดยน้ำหนักพบว่า น้ำสลัดมังคุดผสมผงเนื้อสำรองปริมาณร้อยละ 2 น้ำมันพืชร้อยละ 16.00 และ น้ำร้อยละ 2.75 มีความหนืดและคงตัวดีเมื่อเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30 วัน การเติมผงสำรองในปริมาณเท่ากับปริมาณคาราจีแนนในเยลลี่มะม่วง และปริมาณวุ้นในวุ้นสับปะรดพร้อมดื่ม พบว่าไม่มีการจับตัวในทุกสูตร จึงได้ปรับสูตรเยลลีมะม่วงผสมผงวุ้นสำรองอบแห้งร้อยละ 1.2 และคาราจีแนนร้อยละ 0.3 โดยน้ำหนัก จะได้เยลลีที่มีการจับตัวเป็นก้อน และได้รับการยอมรับรวมสูงที่สุด ขณะที่วุ้นสับปะรดพร้อมดื่มผสมผงสำรอง ได้รับคะแนนความชอบรวมในระดับไม่ชอบเล็กน้อยทุกสูตร การเติมผงวุ้นสำรองอบแห้งร้อยละ 0.3 โดยน้ำหนักในน้ำมังคุด พบว่าได้รับคะแนนด้านรสชาติสูงสุด การบริโภคน้ำสลัดมังคุดผสมผงเนื้อสำรองหนึ่งหน่วยบริโภค (30 ก.) จะได้รับพลังงาน 90 กิโลแคลอรี เป็นพลังงานจากไขมัน50 กิโลแคลอรี และการบริโภคเยลลีมะม่วงผสมผงวุ้นสำรองอบแห้ง 100 ก. จะได้รับพลังงาน 129.24 กิโลแคลอรี
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2017 วารสารวิชาการเกษตร (Thai Agricultural Research Journal)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร