การปรับปรุงพันธุ์กาแฟอาราบิก้าลูกผสมสายพันธุ์ Catmimor CIFC 7963-13-28
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2008.12คำสำคัญ:
กาแฟอาราบิก้า, โรคราสนิม, คาติมอร์บทคัดย่อ
กาแฟ (Coffee, Coffea spp.) เป็นพืชเศรษฐกิจและพืชเครื่องดื่มยอดนิยมที่แพร่หลายทั่วโลก สายพันธุ์อาราบิก้าเป็นพันธุ์ที่ชอบอากาศเย็น ให้รสชาติและมีกลิ่นหอมมาก มีปริมาณคาเฟอีรน้อย แต่ไม่ต้านทานต่อโรคราสนิม นิยมนำมาทำเป็นการแฟคั่วสด ทั้งนี้ภาคเหนือของประเทศไทยมีสภาพพื่นที่และสภาพอากาศที่เหมาะสมต่อการปลูกกาแฟสายพันธุ์นี้ แต่ปัญหาที่พบคือ มีการระบาดของโรคราสนิม (leaf rust) อยู่ทั่วไปตามแหล่งปลูกต่าง ๆ สร้างความเสียหาแก่ผู้ปลูกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นกรมวิชาการเกษตร จึงได้ดำเนินการโครงการวิจัยการศึกษาและคัดเลือกสายพันธุ์กาแฟอาราบิก้าที่ต้านทานต่อโรคราสนิมที่มีสาเหตุมาจากเชื้อรา Hemileia vastatrix ในพื้นที่ภาคเหนือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528-2547 พบว่าสามารถคัดเลือกสายพันธุ์กาแฟอาราบิก้าที่ต้านทานต่อโรคราสนิม คือสาบพันธุ์ Catimor CIFC 7963-13-28 ลักษณเด่น คือต้านทานต่อโรคราสนิมสูง ให้ผลผลิตเมล็ดกาแฟดิบ (green bean หรือ coffee bean) เฉลี่ย 5 ปีสูงถึง 215 กก./ไร่ สูงกว่าพันธุ์ Caturra, Bourbon และ Typica ที่เกษตรกรปลูกทั่วไป ให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 90-120 กก. หรือ 1.79-2.39 เท่าให้ปริมาณสารกาแฟเกรด A เฉลี่ย 5 ปี 81.3-87.3% คุณภาพการชิม (cup quality test) อยู่ระดับ 6.5-7.0 คะแนน (จาก 10 คะแนน สภาพพื้นที่ที่แนะนำในการปลูกคือ เขตภาคเหนือบนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 700 ม.ขึ้นไป มีอุณหภูมิเฉลี่ย 18-25 ซ. ปริมาณน้ำฝนไม่ต่ำกว่า 1,500 มม./ปี ข้อจำกัดของพันธุ์ คือต้องปลูกภายใต้สภาพร่มเงา ป่าธรรมชาติ หรือระหว่างแถวไม้ผลยืนต้น เช่น มะคาเดเมีย บ๊วย และลิ้นจี่
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2017 วารสารวิชาการเกษตร (Thai Agricultural Research Journal)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร