การจัดการปุ๋ยเคมีในการปลูกผักกาดหอมห่อบนพื้นที่สูงของภาคเหนือ
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2008.23คำสำคัญ:
ความอุดมสมบูรณ์ของดิน, ปุ๋ยเคมี , ผักกาดห่อ, พื้นที่สูงบทคัดย่อ
การวิจัยเพื่อศึกษาสภาพความอุดมสมบุรณ์ของดิน และการจัดการใส่ปุ๋ยเคมีที่เหมาะสมในการปลูกผักกาดหอมห่อบนพื้นที่สูงของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวง และพื้นที่เกษตรกรภายใต้ความดูแลของศูนย์ ในช่วงฤดูฝนในระหว่างเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม พ.ศ. 2548 โดยการตรวจสอบคุณภาพดินจากชุดตรวจดินแบบง่าย พบว่าสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ใช้ศึกษามี pH ในช่วง 4.4-7.2 มีปริมาณอินทรียวัตถุอยู่ในระดับสูง (>2.5%) ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ได้และโพแทสเซียมที่สามารถแลกเปลี่ยนได้อยู่ใระดับสูง (> 40 มก. P/กก. > 100 มก. K/กก.) ถึงสูงมาก (>100 P/กก. >300 มก. K/กก.) สำหรับศึกษาการจัดการใส่ปุ๋ยเคมีที่ใช้ในการปลูกผักกาดหอมห่อแบ่งเป็น 2 การทดลอง โดยที่การทดลองแรกเป็นการทดลองในแปลงปลูกผักของศูนย์ ซึ่งใช้แผนการทดลองแบบ RCB มี 4 ซ้ำ และ 5 กรรมวิธี คือ (1) ใส่ปุ๋ย NPK ตามอัตราที่ศูนย์ใช้ในการปลูกผักกาดหอมห่อ (NPK) (2 3 และ 4) งดกมาใส่ปุ๋ย P K และทั้ง P และ K ตามลำดับ (NK NP และN ตามลำดับ) และ (5) ใส่ปุ๋ยโดยพิจารณาจากผลการวิเคราะห์ดินและความต้องการธาตุอาหารของพืช และเพิ่มการใส่ปุ๋ยเพื่อชดยการสูญเสียธาตุอาหารจากการชะล้างอีก 30% (SPA) สำหรับการทดลองที่สองเป็นการทดลองในพื้นที่ปลูกผักของเกษตรกร โดยใช้แผนการทดลองและกรรมวิธีการทดลอง เช่นเดียวกับศูนย์ฯ พบว่าทั้งพื้นที่ทดสอบทั้งในศูนย์ฯ และของเกษตรกรทั้ง 2 แห่ง การใส่ปุ๋ยอัตรา SPA เป็นอัตราที่เหมาะสมในการปลูกผักกาดหอมห่อ โดยให้ปริมาณผลผลิต ความเข้มข้นและการสะสมธาตุอาหารหลักในการผลิตผักกาดหอมห่อไม่แตกต่างจากการใส่ปุ๋ยในอัตรา NPK ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านปุ๋ย พร้อมทั้งลดปัญหาดินเสื่อมโทรมได้อีกด้วย
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2017 วารสารวิชาการเกษตร (Thai Agricultural Research Journal)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร