การพัฒนาระบบบริการพยาบาลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต ด้วยวิธีฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมแบบเบ็ดเสร็จในขั้นตอนเดียว โรงพยาบาลมหาสารคาม
คำสำคัญ:
ระบบบริการพยาบาล, ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม, แบบเบ็ดเสร็จในขั้นตอนเดียวบทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินผลระบบบริการพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการบำบัดทดแทนไตด้วยวิธีฟอกเลือดแบบเบ็ดเสร็จในขั้นตอนเดียว ประกอบด้วย 4 ระยะ ได้แก่ 1) ศึกษาสถานการณ์และสภาพปัญหา 2) พัฒนาระบบบริการพยาบาล ตรวจสอบคุณภาพและศึกษานำร่อง 3) ตรวจสอบประสิทธิผลของระบบบริการพยาบาลฯโดยแบบแผนการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง และ 4) ประเมินผล ปรับปรุงแก้ไข และยืนยันคุณภาพของระบบ เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แนวทางการสนทนากลุ่ม แบบบันทึกข้อมูลของผู้ป่วย แบบบันทึกข้อมูลของพยาบาลวิชาชีพผู้ปฏิบัติ แบบวัดความรู้ แบบวัดความสามารถในการปฏิบัติการพยาบาล แบบประเมินความพึงพอใจของผู้ป่วย และแบบประเมินความพึงพอใจของพยาบาล ซึ่งเครื่องมือทั้งหมดผ่านการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ดำเนินการวิจัยระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - ธันวาคม 2567 วิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า ระบบบริการพยาบาลฯ ที่พัฒนาสอดคล้องกับบริบทการดูแลผู้ป่วยและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ปฏิบัติ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ คือ โครงสร้าง กระบวนการ และ ผลลัพธ์ ซึ่งระบบที่พัฒนาขึ้นเรียกว่า C-K-D model ครอบคลุมการดูแล 4 ระยะ ภายหลังนำระบบที่พัฒนาขึ้นสู่การปฏิบัติพบว่า สามารถลดขั้นตอนการบริการและระยะเวลารอคอย ผู้ป่วยได้รับบริการที่รวดเร็วและสะดวกขึ้น พยาบาลวิชาชีพผู้ปฏิบัติมีความรู้และสมรรถนะเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยและพยาบาลวิชาชีพมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด นอกจากนี้ยังพบว่า ผลลัพธ์ด้านตัวชี้วัดคุณภาพการดูแลมีแนวโน้มดีขึ้นและเป็นไปตามเกณฑ์เป้าหมาย ชี้ให้เห็นว่าระบบการบริการพยาบาลที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถเพิ่มคุณภาพการดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อย่างไรก็ตามควรมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
Donabedian, A. (2003). An introduction to quality assurance in health care. Oxford University Press.
Drucker, F. P. (1998). Knowledge-worker productivity: The biggest challenge. Harvard Business School Publishing.
Hemodialysis Department, Mahasarakham Hospital. (2023). Service profile 2023. In Nursing service quality report 2023. Mahasarakham Hospital.
Kovesdy, C. P. (2022). Epidemiology of chronic kidney disease: an update 2022. Kidney international supplements, 12(1), 7-11. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35529086/
Srimat, K. (2024). Development of children with thalassemia in receiving a blood transfusion care system on One Stop Service in Kumpawapi Hospital. Journal of Health Innovation Research and Development, 5(1), 139 - 149. https://he01.tcithaijo.org/index.php/jrhi/article/view/ 269428/181373
Michalski, A. (2011). The McKinsey 7-S framework: Invented in the 1980s and still a possibility for success today. GRIN.
Nephrology Society of Thailand. (2020). Information on renal replacement therapy in Thailand 2016-2019. Subcommittee on Registration of Renal Replacement Therapy in Thailand.
Nursing Division. (2016). Special care nursing standards. Department of Medical Services, Ministry of Public Health.
Ophascharoensuk, W. (2014). Criteria and guidelines for certification of hemodialysis treatment standards. Samit Printing and Publishing.
Prachamjun, S. (2017). Student affairs management One Stop Service (OSS). Nakhon Ratchasima Rajabhat University.
Press Ganey. (2019). The impact of patient experience on healthcare quality and outcomes. Press Ganey Associates.
Thaoanont, O., Yodsuban, P., & Amornchai, R. (2023). Development of clinical nursing practice guidelines for patients undergoing hemodialysis. Journal of Nursing Division, 50(3), 185 – 200. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JND/article/view/268074
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
