ผลิตภัณฑ์ก้านไม้หอมสมุนไพรมีผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติและอารมณ์ความรู้สึก
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เพื่อศึกษาผลของการสูดดมกลิ่นก้านไม้หอมสมุนไพรส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ อารมณ์ความรู้สึก โดยวิจัยกึ่งทดลองวัดก่อนหลัง อาสาสมัครสุขภาพดี 32 คน สูดดมกลิ่นน้ำมันอัลมอนด์และกลิ่นก้านไม้หอมสมุนไพร บันทึกผลค่าสัญญาณชีพ ขณะพัก ขณะสูดดมน้ำมันอัลมอนด์ และขณะสูดดมกลิ่นก้านไม้ เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยใช้สถิติ Paired t-test ผลการศึกษาพบว่าขณะพัก ขณะสูดดมอัลมอนด์ ขณะสูดดมกลิ่นก้านไม้ ความดันโลหิตตัวบน 115.77, 115.28 และ 120.05 มม.ปรอท ตามลำดับ เมื่อเทียบค่าระหว่าง ขณะสูดดมกลิ่นก้านไม้กับขณะสูดดมกลิ่นอัลมอนด์ พบว่าแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (P-value = 0.005) ความดันโลหิตตัวล่างเป็น 74.43, 74.27 และ 77.98 มม.ปรอท ตามลำดับ เมื่อเทียบค่าระหว่างขณะสูดดมกลิ่นก้านไม้กับขณะสูดดมกลิ่นอัลมอนด์ พบว่าแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (P-value = 0.027) อัตราการเต้นของหัวใจ 81.97, 81.73 และ 83.26 ครั้ง/นาที ตามลำดับ เมื่อเทียบค่าระหว่าง ขณะสูดดมกลิ่นก้านไม้หอมสมุนไพรกับขณะสูดดมกลิ่นน้ำมันอัลมอนด์ พบว่าแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (P-value = 0.016) ผลของอารมณ์ความรู้สึก หลังสูดดมกลิ่นก้านไม้หอม พบว่าอาสาสมัครมีความรู้สึกดี รู้สึกผ่อนคลาย รู้สึกเคลิบเคลิ้มรัญจวนใจ รู้สึกจิตใจสงบนิ่ง เพิ่มมากขึ้น เมื่อเทียบกับหลังการสูดดมกลิ่นอัลมอนด์มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (P-value = 0.000) สรุปได้ว่าการกลิ่นหอมจากสมุนไพรทำให้การเปลี่ยนแปลงทางระบบประสาทอัตโนมัติ ลดความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการหายใจ และการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และความรู้สึก
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เจ้าของลิขสิทธิ์ (สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์) ผู้เขียน ตกลงว่าการทำสำเนาบทความหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความดังกล่าวในรูปแบบสิ่งพิมพ์หรืออิเล็กทรอนิกส์ตามที่ได้รับอนุญาต จะต้องระบุประกาศลิขสิทธิ์ตามที่กำหนดไว้ในวารสาร พร้อมทั้งอ้างอิงข้อมูลฉบับสมบูรณ์ของบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารที่จัดทำโดย สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ อย่างครบถ้วนทุกครั้ง
เอกสารอ้างอิง
สุภาภัทร ทนเถื่อน. การศึกษาความเครียดและวิธีเผชิญความเครียดของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย (ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต). สาขาวิชาจิตวิทยาพัฒนาการ บัณฑิตวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ; 2553.
วาดฝัน ม่วงอ่ำ. ปัจจัยทางจิตสังคมที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการจัดการความเครียดของทหารเรือกองทัพเรือ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. 2563.
สมศักดิ์ วังเอี่ยมเสริมสุข. การเปรียบเทียบความแตกต่างของปัจจัยด้านงานที่ส่งผลต่อความเครียดและพฤติกรรมเผชิญความเครียดของพนักงานรัฐวิสาหกิจ : กรณีศึกษาพนักงาน บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) สำนักงานหลักสี่และสำนักงานบางรัก. (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร. 2554.
จินตนา ศิรินาวิน, สาธิต วรรณแสง. การตรวจร่างกาย. ใน: ทักษะทางคลินิก. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน; 2555. น. 59-214.
แสงสิทธิ์ กฤษฎี, ศุภะลักษณ์ ฟักคำ, สรรใจ แสงวิเชียร, วินัย สยอวรรณ. (2565). ผลของการสูดดมกลิ่นน้ำปรุงตำรับวังสวนสุนันทา (กลิ่นวัสสานฤดู) ต่อการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ. ไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ. 2565;17(3): 273-277. จาก https://ejournals.swu.ac.th/index.php/pharm/article/view/14733
Sayorwan V. Effects of volatile of Buddha's fingers on autonomic nervous system and moods. Nonthaburi: Kanchanabhisek Institute of Medical and Public Health Technology. 2013. 53.
Thai traditional medicine textbook 1. Bangkok: Foundation of Thai Traditional medicine. 2007. 458.
Kritsadee, S. (2018). Suan Sunandha Royal Thai Perfume. 4th International Conference on Research Challenges to Multidisciplinary Innovation RCMI 2018. p.62-64. Bangkok: Sunandha Rajabhat University. (in Thai)
Kritsadee, S. (2022). Effects of Nam Prung Product in Suan Sunandha Palace (Vassana Scented Water) Inhalation on Autonomic Nervous System. Thai Pharm Health Sci J, 17(3): 273-277. (in Thai)
Sayorwan V. Effects if some volatile oils in Thailand on physiology and moods (Ph.D. thesis). Bangkok: Chulalongkorn University. 2011.
Promdao w. Suan Sunandha Palace Style Aromatherapy. Proceedings of the 7th Academic Meeting National and International Conference; 2015 Nov 21-22; Los Angeles, USA, Press: 2016. p. 391-400.