การสกัดและเพาะเลี้ยงโปรโตพลาสต์ของข้าวหอม (Oryza sativa L.) พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2000.21คำสำคัญ:
ข้าว, การสกัดโปรโตพลาสต์, การเพาะเลี้ยงโปรโตพลาสต์บทคัดย่อ
ในการสกัดโปรโตพลาสต์จากแหล่งของเซลล์ 3 แหล่ง ได้แก่ใบจากต้นกล้าข้าว แคลลัสจากการเพาะเลี้ยงคัพภะ และเซลล์แขวนลอย โดยการแช่ในสารละลายเอนไซม์ที่ประกอบด้วยเอนไซม์ชนิดและความเข้มข้นต่าง ๆ เป็นเวลานาน 1, 3 และ 5 ชั่วโมง ตามลำดับ พบว่า ใบจากต้นกล้าที่มีอายุ 5 วัน ตามลำดับ พบว่าใบจากต้นกล้าที่มีอายุ 5 วัน เป็นแหล่ของเซลล์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสกัดโปรโตพลาสต์โดยให้ผลผลิตโปรโตพลาสต์สูงสุด 9.14 x 10 โปรโตรพลาสต์/น้ำหนักของใบ 1 กรัม ชนิดและความเข้มข้นของเอนไซม์ที่เหมาะสมสำหรับการย่อยผนังเซลล์เพื่อปลดปล่อยโปรโตพลาสต์ออกมาจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแหล่งชองเซลล์ที่ใช้ในการสกัดโปรโตพลาสต์ โดยสารละลายเอนไซม์ที่ประกอบด้วย cellulase Onozuka RS 2%, macerozyme 1% และ pectolyase 0.1% เหมาะสมสำหรับกรรสกัดโปรโตพลาสต์จากใบ ในขณะที่แคลลัสและเซลล์แขวนลอยจะปลดปล่อยโปรโตพลาสต์ออกมาในความหนาแน่นที่สูงเมื่อแช่ในสาระลายเอนไซม์ที่ประกอบด้วย cellulase Onozuka RS 4%, macerozyme R 10 1% และ pectolyase 0.2% เวลาในการแช่ใบ แคลลัส และเซลล์แขวนลอยเพื่อให้ปลดปล่อย โปรโตพลาสต์ออกมาในความหนาแน่นเฉลี่ยสูงสุดคือ 3 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามโปรโตพลาสต์ที่สกัดได้จากเซลล์แขวนลอยมีความมีชีวิต (80-90%) สูงกว่าโปรโตพลาสต์ที่สกัดได้จากใบและแคลลัส (50-60%) โปรโตพลาสที่สกัดได้มีสามารถแบ่งเซลล์เพื่อสร้างโคโลนีหรือแคลลัสเมื่อเพาะเลี้ยงบนอาหารสูตร N6 หรือ K8P
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร