การพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านในจังหวัดพัทลุง

Main Article Content

ปิยพร ฤทธิ์ทอง
กนกรัตน์ รัตนพันธุ์
สุวิทย์ จิตรภักดี
อุมาพร มุณีแนม

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) ศึกษาแนวทางการพัฒนาศักยภาพที่จำเป็นของอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน จังหวัดพัทลุง (2) สร้างหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพของทสม.จังหวัดพัทลุงและ (3) ศึกษาประสิทธิภาพหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพของทสม.จังหวัดพัทลุง โดยวิจัยแบบผสมผสานเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ มีขั้นตอนในการดำเนินการวิจัยดังนี้ (1) ศึกษาแนวทางการพัฒนาศักยภาพที่จำเป็นของทสม.จังหวัดพัทลุงโดยการสัมภาษณ์คณะกรรมการทสม. จังหวัดพัทลุง จำนวน 9 คน (2) นำผลการสัมภาษณ์มาสร้างหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพของทสม.จังหวัดพัทลุง (3) ศึกษาประสิทธิภาพหลักสูตรที่สร้างขึ้น เครื่องมือที่ใช้คือหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพของทสม.จังหวัดพัทลุงและแบบทดสอบก่อน-หลัง กลุ่มตัวอย่าง คือ ทสม.จังหวัดพัทลุงที่เป็นสมาชิกใหม่ในปี พ.ศ. 2561 จำนวน 66 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 33 คน ใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมติฐานโดยใช้ t-test


ผลการวิจัยพบว่า แนวทางการพัฒนาศักยภาพที่จำเป็นของทสม.จังหวัดพัทลุง คือการอบรมให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ทสม. สถานการณ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดพัทลุงในปัจจุบัน การนำขยะอินทรีย์มาใช้ประโยชน์และสร้างธนาคารน้ำ จากแนวทางดังกล่าวนำมาสร้างหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพทสม. จังหวัดพัทลุงประกอบด้วย 4 กิจกรรม คือ (1) ความเป็นมาของเครือข่าย (2) สถานการณ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดพัทลุงในปัจจุบัน (3) การนำขยะอินทรีย์มาใช้ประโยชน์ (4) สร้างธนาคารน้ำ โดยหลักสูตรที่สร้างขึ้นผ่านการตรวจสอบรูปแบบ สาระเนื้อหาและครอบคลุมเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ หลังจากนั้นนำหลักสูตรไปใช้ฝึกอบรมกับ ทสม. จังหวัดพัทลุง เพื่อหาประสิทธิภาพของหลักสูตร พบว่าทสม.ที่เข้าฝึกอบรมมีคะแนนความรู้สูงกว่าก่อนเข้าอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ความพึงพอใจของทสม.ที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตรพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านจังหวัดพัทลุงพบว่า โดยภาพรวมทสม.มีความพึงพอใจอยู่ระดับมาก

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ฤทธิ์ทอง ป., รัตนพันธุ์ ก. ., จิตรภักดี ส. ., & มุณีแนม อ. . (2021). การพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านในจังหวัดพัทลุง . Journal of Vocational Education in Agriculture, 5(1), 49–60. สืบค้น จาก https://li01.tci-thaijo.org/index.php/JVIA/article/view/249328
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2559). ปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับชาติโจทย์ใหญ่ ท้าทายพัฒนา. เข้าถึงได้จาก http://tdri.or.th/tdri-insight/2016-08-14/.

กรมป่าไม้.(2559). ข้อมูลสถิติกรมป่าไม้ปี 2559. กรุงเทพฯ: กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.

กรมควบคุมมลพิษ.(2559). รายงานสถานการณ์ขยะมูลฝอยชุมชนในประเทศไทยปี พ.ศ.2559 กรุงเทพฯ: กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม. (2560). คู่มือการฝึกอบรมหลักสูตร มาตรฐานอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรรมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน ทสม. กรุงเทพฯ: กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม.

อุษาวดี จันทรสนธิ และกัญจนา ลินทรัตนศิริกุล. (2556). การวิจัยเชิงทดลอง. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

บุญเลี้ยง ทุมทอง. (2555). ระเบียบวิธีวิจัยทางหลักสูตรและการสอน. นครราชสีมา: โรงพิมพ์แหลมทอง.

ยุทธ ไกยวรรณ์. (2559). การวิจัยและพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พรรณี ลีกิจวัฒนะ. (2555). วิธีการวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง.

ธีระดา ภิญโญ. (2559). การสุ่มตัวอย่าง. เข้าถึงได้จาก www.teacher.ssru. ac.th/terada/pluginfile.

กนกรัตน์ นาวีการ. (2559). สิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการจัดการขยะพื้นที่เกาะลิบง จังหวัดตรัง. (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์).

ปรัชญา ศิริพงษ์อุทุมพร. (2557). การพัฒนารูปแบบเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จังหวัดมหาสารคาม (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม).

วิลาสินี ธนพิทักษ์ และคณะ. (2562). การจัดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เพื่อเรียนรู้นวัตกรรมฝายมีชีวิตจากภูมิปัญญาชุมชนตำบลเขาปู่ อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง (รายงานผลการวิจัย). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการสนับสนุนการวิจัยแห่งชาติ.

อุกฤต ทีงาม และคณะ. (2559). การพัฒนากิจกรรมค่ายเยาวชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยใช้กระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 10(4), 209-223.