การพัฒนารูปแบบการจัดการรายกรณี ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันในบริบทมุสลิม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

ผู้แต่ง

  • Narisa Sahmaae 0897387594
  • เสาวลักษณ์ พุฒแก้ว
  • กนกรัตน์ ขานโบ

คำสำคัญ:

การจัดการรายกรณี, ผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน, บริบทมุสลิม

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลลัพธ์ของรูปแบบการจัดการรายกรณี ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ในบริบทมุสลิม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ 1) พยาบาลวิชาชีพ ตึกอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน ตึกผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ ตึกอายุรกรรมชาย 1 ตึกอายุรกรรมหญิง จำนวน 34 คน และ 2) ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิด STEMI ทุกคน ที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จำนวน 30 คน วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะวิเคราะห์สถานการณ์ ระยะดำเนินการ และระยะประเมินผล ระยะที่ 1 วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ และสนทนากลุ่ม โดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ คู่มือบทบาทหน้าที่ทีมสหสาขาวิชาชีพ แนวทางการดูแล (Clinical Pathway) แผ่นพลิกให้ความรู้โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป ส่วนแบบประเมินความพึงพอใจในการใช้แนวทางการดูแล มีค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาค เท่ากับ 0.81 และแบบทดสอบวัดความรู้ของพยาบาล มีค่าความเที่ยงโดยวิธีคูเดอร์-ริชาร์ดสัน เท่ากับ 0.85 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Paired sample t-test
ผลการศึกษา พบว่า หน่วยงานมีรูปแบบการดูแลโดยผู้จัดการรายกรณีในโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ในบริบทมุสลิม ที่มีกระบวนการดูแลที่ชัดเจน ส่งผลให้พยาบาลผู้ดูแลมีความมั่นใจ มีสมรรถนะในการดูแล คะแนนความรู้หลังได้รับการอบรมมีความแตกต่างจากก่อนการอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) โดยก่อนให้ความรู้มีค่า Mean = 10.62, SD = 2.64 และหลังให้ความรู้ มีค่า Mean = 13.29, SD = 1.71 พยาบาลมีความพึงพอใจต่อการปฏิบัติตามแนวทางในระดับสูง (Mean = 4.25) ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน มีระดับความพึงพอใจในการใช้แนวทางการดูแลอยู่ในระดับสูง (Mean = 4.15) ส่วนผลลัพธ์การดูแลผู้ป่วยตามตัวชี้วัดของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ได้รับการพัฒนาเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลเป็นไปตามมาตรฐาน

เอกสารอ้างอิง

Aeksapang, U. (2002). Religion and psychology. Pattani: Department of Philosophy and Religion, Faculty of Humanities and Social Sciences Prince of Songkla University. (in Thai)

Chuthai, M. (2001). Islamic Way of Life of Promote the Quality of Life (2nd ed.). Bangkok: Health Education, Faculty of Physical Education Srinakharinwirot university. (in Thai)

Theeranut, A. (2015). Report of academic enhancement: case study of using case management inchronic patients. Khon Kaen: Faculty of Nursing, Khon Kaen University. (in Thai)

Ross, H. M. (2001). Islamic tradition at the end of life. Medsurg Nursing, 10(2), 83-87.

Saguannam, J. (2002). Theory and practice in educational institution. Bangkok: Book point. (in Thai)

Wanyanaporn, W., Meecharoen, S., & Surdet, B. (2015). Development of Case Management Model for Patients with ST-Segment Elevation Myocardial Infarction in Uttaradit Hospital. Journal of Nursing Division, 42(3), 34-49.

Waealee, D. (2004). Palliative care. Bangkok: OS printing house. (in Thai)

Weerakul, K., & Kositchaiwat, J. (2014). Registry, Recognition, Rule out non-ACS chest pain, Risk stratification, Reperfusion, Refer, Rehabilitation & Prevention (1st ed.). Bangkok: Srinakorn design printing limited partnership. (in Thai)

Winaiphanich, D., Wiruchagool, P., Pudpong, J., & Sritarapipat, P. (2016). The development of Case Management Model for Acute Myocardial infarction Patients. Journal of Nursing Division, 43(2), 101-126.

ไฟล์ประกอบ

เผยแพร่แล้ว

2022-01-28

รูปแบบการอ้างอิง

Sahmaae, N., พุฒแก้ว เ., & ขานโบ ก. (2022). การพัฒนารูปแบบการจัดการรายกรณี ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันในบริบทมุสลิม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 14(1), 63–79. สืบค้น จาก https://li01.tci-thaijo.org/index.php/pnujr/article/view/251807

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย