ประสิทธิภาพของรางจืดและย่านางแดงต่อการลดปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ในเลือด
Main Article Content
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์การวิจัยนี้เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของรางจืดและย่านางแดงต่อการลดปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ในเลือด และวิเคราะห์สมการพยากรณ์ปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ในเลือดจากระยะเวลาหลังการดื่มรางจืดและย่านางแดงเป็นการวิจัยเชิงทดลองใช้แบบแผนการทดลอง Pretest - Posttest Control Group Design กลุ่มตัวอย่างเป็นทหารเกณฑ์ที่คัดเลือกตามเกณฑ์ที่กำหนดสุ่มอย่างง่ายโดยวิธีการจับฉลากและนำมาวิเคราะห์ข้อมูล จำนวน 36 ราย เก็บข้อมูลโดย การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดจากลมหายใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยาย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ เฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติอ้างอิง วิเคราะห์เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของกลุ่มทดลอง 2 กลุ่มที่สัมพันธ์กันด้วย Paired Samples t-test และการวิเคราะห์สมการพยากรณ์ปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ในเลือดจากระยะเวลาหลังการดื่ม จำแนก ตามประเภทการดื่มโดยใช้การวิเคราะห์การถดถอยอย่างง่าย (Simple Regression Analysis) จากการทดลองการดื่ม รางจืดทำให้ปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ในเลือดลดลงมากกว่าการไม่ดื่มรางจืดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ประสิทธิภาพในการลดปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ในเลือด เท่ากับ 88.10% และการดื่มย่านางแดงทำให้ปริมาณ เอทิลแอลกอฮอล์ในเลือดลดลงมากกว่าการไม่ดื่มย่านางแดงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ประสิทธิภาพในการ
ลดปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ในเลือดเท่ากับ 74.20% โดยที่การดื่มรางจืดมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ในเลือดกับระยะเวลาหลังการดื่มเท่ากับ 0.970 สามารถพยากรณ์ได้ 94.10% อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีสมการเป็น Y = 50.764 - 0.780X ส่วนการดื่มย่านางแดงมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ 0.967
สามารถพยากรณ์ได้ 93.50 % อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีสมการเป็น Y = 51.580 - 0.649X ในขณะที่การไม่ดื่มรางจืดหรือย่านางแดงมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ 0.859 สามารถพยากรณ์ได้ 73.90 % อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีสมการเป็น Y = 51.348 - 3.08X
Article Details
เอกสารอ้างอิง
Ahmed, F. E. 1995. Toxicological effects of ethanol on human health. Crit Rev Toxicol. 25(4):
-367.
Chuthamatach, R. 2010. Thunbergia laurifolia Lindl., fantastic plant. Panyachon Publishing,
Bangkok. (in Thai)
Kaewkiriya, K. 2017. Effects of drinking the water extracted of Thunbergia laurifolia Lindl. to reduce the amount of alcohol in Breath. Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre [Public Organisation] and Naresuan University, Phitssanulok. (in Thai)
Nammatra, R and C. Photong. 2017. Chemical compositions and antioxidant capacities of Bauhinia strychnifolia Craib.: grilling with a double belt conveyor dryer. Thai Society of Agricultural Engineering Journal. 23(2): 44-51. (in Thai)
Pongsri, K. 2012. Sub chronic toxicity studies of Thunbergia luarifolia Lindl. extracts in rats.
Bachelor of Science. Ph.D Thesis. University of Food Technology Suranaree Technology, Nakhon Ratchasima. (in Thai)
Rehm, J., A. V. Samokhvalov, and K. D. Shield. 2013. Global burden of alcoholic liver diseases. Journal of hepatology. 59(1): 160-168.
Royal Thai Government Gazette. 2008. Alcoholic Beverage Control Act B.E. 2551. https://www.asean-law.senate.go.th/th/law- detail.php?law_id=716&country_id=9. Accessed 31 July. 2019.
Royal Thai Police. 2018. Road traffic accident cases and damage value Whole Kingdom Year 2018 Yearly. http://social.nesdb.go.th/SocialStat/StatReport_Final.aspx?reportid=161&template=1R2C&yeartype=M&subcatid=45.
Sunan, S. 2019. Basic education school administration toward effectiveness. PhD Thesis. Department of Forensic Science Silpakorn University, Nakhon Pathom. (in Thai)