การศึกษาผลกระทบของการแบ่งกั้นพื้นที่ภายในอาคาร ความขรุขระของผิวท่อ และความเร็วของการไหลในท่อต่อการออกแบบระบบกระจายน้ำดับเพลิงในอาคารสูง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพของระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิงในอาคาร โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์เปรียบเทียบกรณีศึกษาใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) การแบ่งกั้นพื้นที่การใช้งานภายในอาคาร (2) ค่าสัมประสิทธิ์ความขรุขระของผิวท่อส่งน้ำ (C-factor) และ (3) ความเร็วของน้ำภายในท่อ โดยใช้หลักการคำนวณทางไฮดรอลิกตามมาตรฐาน NFPA 13 ร่วมกับการเปรียบเทียบข้อมูลเชิงปริมาณ ผลการศึกษาพบว่า การแบ่งกั้นพื้นที่ภายในอาคารส่งผลให้การออกแบบระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิงจำเป็นต้องมีจำนวนหัวและมีความหนาแน่นต่อการจัดวางเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความดันของหัวกระจายน้ำที่อยู่ไกลที่สุดลดลงต่ำกว่าค่าขั้นต่ำที่มาตรฐานกำหนดส่งผลให้ประสิทธิภาพของระบบลดลง นอกจากนี้ค่าความขรุขระของผิวท่อที่เพิ่มขึ้นตามอายุการใช้งานทำให้ความดันสูญเสียในระบบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อท่อมีการใช้งานเกิน 20 ปี ส่วนการเพิ่มความเร็วน้ำในท่อจาก 10 ฟุตต่อวินาที เป็น 12 ฟุตต่อวินาที ส่งผลให้ความดันสูญเสียเพิ่มขึ้นมากกว่า 12% ซึ่งอาจต้องเพิ่มขนาดของเครื่องสูบน้ำดับเพลิงเพื่อชดเชยความดันที่สูญเสียให้ระบบสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การออกแบบระบบหัวกระจายน้ำที่มีประสิทธิภาพและมีความคุ้มค่า ควรพิจารณาปัจจัยข้างต้นร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยให้เกิดสมดุลทั้งด้านเทคนิคและต้นทุน เพื่อให้สามารถวางแผนการออกแบบที่เหมาะสมกับสภาพใช้งานจริงในระยะยาว
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
Kumar, K.S. and Amin, S.Y.M. 2021. Design of fire fighting sprinkler system by Autodesk Revit. Research Progress in Mechanical and Manufacturing Engineering. 2(2): 678-684.
Liu, X., Shi, J.X. and Meng, J. 2022. Analysis on hydraulic calculation of pipelines in automatic sprinkler systems. Journal of Physics: Conference Series. 2206: 012006.
Silmiy, H.S. and et al. 2023. Design of an automatic sprinkler system in a milk production company’s coal ware house. Jurnal Ilmiah Teknik Industri dan Inovasi. 1(3): 19-25.
Benbott, O. and Djedri, A. 2022. Study and Design of a Sprinkler System in an Industrial Unit. https://dspace.univ-ouargla.dz/jspui/bitstream/123456789/30959/1/benbott-djedri.pdf. Accessed 20 May 2025.
National Fire Protection Association. 2022. NFPA 13 Standard for the Installation of Sprinkler Systems. https://www.edufire.ir/storage/Library/ETFA-ABI/NFPA/NFPA%2013-2022.pdf. Accessed 12 May 2025.
Wang, Y. and Bai, S. 2025. Pipe roughness calibration in oil field water injection system. AIMS Mathematics. 10(3): 5052-5070.
National Fire Protection Association. 2024. NFPA 14 Standard for the Installation of Standpipe and Hose Systems. https://fire-gas.com/storage/2024/06/NFPA-14-2024.pdf. Accessed 12 May 2025.
National Fire Protection Association. 2019. NFPA 20 Standard for the Installation of Stationary Pumps for Fire Protection. https://edufire.ir/storage/Library/ETFA-ABI/NFPA/NFPA%2020-2019.pdf. Accessed 12 May 2025.
Kennedy, H.E. 2021. ASHRAE Handbook-Fundamentals. Georgia: ASHRAE.
National Fire Protection Association. 2020. NFPA 25 Standard for the Inspection, Testing, and Maintenance of Water-Based Fire Protection Systems. https://hse-me.ir/wp-content/uploads/2021/01/NFPA25-2020.pdf. Accessed 12 May 2025.
Cote, A.E. 2008. Fire Protection Handbook. 20th edition. Quincy: National Fire Protection Association.