ผลกระทบสุขภาพสังคมจากภัยแล้งและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อการแก้ไขผลกระทบจากภัยแล้ง : กรณีศึกษาลุ่มน้ำกวงตอนบน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

Main Article Content

สามารถ ใจเตี้ย
กฤษณา ลางคำ

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ


ภัยแล้งได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่ใช้ประโยชน์แหล่งน้ำนั้น การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบสุขภาพสังคมจากภัยแล้ง โดยใช้วิธีการศึกษาแบบผสานวิธี กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้เป็นประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำกวงตอนบน จำนวน 262 ครัวเรือน รวมถึงตัวแทนจากหน่วยงานด้านสาธารณสุข สถาบันการศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 12 คน รวบรวมข้อมูลโดยแบบสอบถาม การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง และการสัมมนาเชิงปฏิบัติการของผู้มีส่วนได้เสีย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการศึกษาพบว่าระดับผลกระทบสุขภาพสังคมจากภัยแล้งโดยรวมเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย = 2.13) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับผลกระทบสุขภาพสังคมจากภัยแล้ง พบว่าระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เฉลี่ย (ปี) มีความสัมพันธ์กับผลกระทบสุขภาพสังคมจากภัยแล้งอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 (p = 0.034) ทั้งนี้ประชาชนให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสู่การแก้ไขปัญหาผลกระทบสุขภาพสังคมจากภัยแล้งโดยการจัดสรรระบบสาธารณูปโภคให้เหมาะสมเมื่อประสบปัญหาภัยแล้ง การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาความเสื่อมสภาพของแม่น้ำกวง และการเสริมพลังศักยภาพชุมชนในการจัดการป่าต้นน้ำภายใต้แนวคิดนิเวศวัฒนธรรม


คำสำคัญ : ผลกระทบสุขภาพสังคม; ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย; ภัยแล้ง; ลุ่มน้ำกวงตอนบน

Article Details

ประเภทบทความ
Medical Sciences
ประวัติผู้แต่ง

สามารถ ใจเตี้ย

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมสาธารณสุขศาสตร์และสิ่งแวดล้อมชุมชน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300

กฤษณา ลางคำ

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมสาธารณสุขศาสตร์และสิ่งแวดล้อมชุมชน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300

เอกสารอ้างอิง

[1] Global Water Partnership, 2010, GWP in Action Annual Report, Global Water Partnership (GWP), Sweden.
[2] Jaitae, S., 2013, Environment, social and health impact of drought, J. Saraphi Public Health 4: 45-48.
[3] Peter, C.S., Angus, C., Peter, D. and Philip, W., 2009, A relationship between environmental degradation and mental health in rural Western Australia, Health Place 15: 880-887.
[4] Jaitae, S. and Warodomrungsimun, C., 2013, The Li river’s deterioration and public policy, Rom Phruek 31: 132-156.
[5] Steward, J., 1955, Theory of culture change, University of Illinois Press, Chicago, 256 p.
[6] สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 (เชียงใหม่), คุณภาพน้ำแม่น้ำกวง, แหล่งที่มา : http://reo01.mnre.go.th/ewt_dl_link.php?nid=382, 9 ธันวาคม 2560.
[7] Shah, T. and Lele, U., 2011, Climate Change, Food and Water Security in South Asia, Global Water Partnership (GWP), Stockholm.
[8] Jaitae, S., 2014, Socials impact of the Li river’s deterioration, Lumphun Provience, J. Human. Soc. Sci. Mahasarakham Uni. 33: 370-376
[9] Cochran, W.G., 1977, Sampling Techniques, John Wiley and Sons, Inc., New York, 448 p.
[10] บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์, 2543, การวิจัย การวัด และประเมินผล, โรงพิมพ์ศรีอนันต์, กรุงเทพฯ, 418 น.
[11] เกศสุดา สิทธิสันติกุล, บัญจรัตน์ โจลานันท์ และปรารถนา ยศสุข, ทางเลือกในการปรับตัวต่อภัยแล้งของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ต.ออนใต้ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่, แหล่งที่มา : http://www.erp.mju.ac.th/openFile.aspx?id=MTc0Mzky&method=inline, 29 สิงหาคม 2560.
[12] Kathleen, G.L., Stanley, B.G., Andrew, J.H., Kein, G., Jean-Daniel, S., Meenakshi, A. and David, L.F., 2015, Fighting drought with innovation: Melbourne's response to the millennium drought in Southeast Australia, Wiley Interdiscip. Rev. Water 2: 315-328.
[13] Chouykhumchoo, A., 2012, Transcultural nursing for health care in natural disaster victims, Thai Sci. Technol. J. 5: 495-503.