ผลการใช้ผักแขยง (Limnophila aromatica Merr.) ผงในอาหารต่อสมรรถนะการผลิตสุกรอนุบาล
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาผลการใช้ผักแขยงผงในอาหารต่อสมรรถนะการผลิตสุกรอนุบาล วางแผนการทดลองแบบสุ่มตลอด (Completely Randomized Design, CRD) ใช้ลูกสุกรสามสายเลือด (แลนด์ x ลาร์จไวท์ x ดูร๊อค) อายุ 45 วัน แบ่งการทดลองออกเป็น 4 กลุ่ม ๆ ละ 12 ตัว (ตัวผู้ตอน 5 ตัว ตัวเมีย 7 ตัว) รวม 48 ตัว ลูกสุกรแต่ละกลุ่มจะได้รับอาหารสุกรอนุบาล ดังนี้ กลุ่มที่ 1 อาหารสุกรผสมยาปฏิชีวนะอ็อกซี่เตตร้าซัยคลิน 0.2 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มที่ 2 – 4 ได้อาหารสุกรผสมผักแขยงผงที่ระดับ 0.1, 0.2 และ 0.3 เปอร์เซ็นต์ สุกรได้รับอาหารและน้ำอย่างเต็มที่ เป็นเวลา 30 วัน ผลการทดลอง พบว่า สุกรอนุบาลกลุ่มที่ 4 มีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นมากที่สุด 13.88 กิโลกรัม รองลงมาคือ กลุ่มที่ 1, 3 และ 2 มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเท่ากับ 13.76, 13.53 และ 12.60 กิโลกรัม ตามลำดับ ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (P> 0.05) ด้านอัตราการเจริญเติบโต พบว่า สุกรกลุ่มที่ 4 มีอัตราการเจริญเติบโตมากที่สุด 0.46 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน รองลงมาคือ กลุ่มที่ 1, 2 และ 3 มีอัตราการเจริญเติบโตเท่ากับ 0.45, 0.45 และ 0.42 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน ตามลำดับ ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) อัตราการแลกเนื้อ พบว่า สุกรกลุ่มที่ 4 มีอัตราการแลกเนื้อดีที่สุด เท่ากับ 1.55 รองลงมาคือ กลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 1 มีอัตราการแลกเนื้อเท่ากับ 1.58 และ 1.75 ตามลำดับ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P<0.01) กับกลุ่มที่ 2 มีอัตราการแลกเนื้อเท่ากับ 2.03 ส่วนปริมาณอาหารที่กินต่อตัว พบว่า สุกรกลุ่มที่ 2 มีปริมาณการกินต่อตัวสูงที่สุด 24.91 กิโลกรัมต่อตัว รองลงมาคือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 4 และกลุ่มที่ 3 ปริมาณการกินต่อตัว เท่ากับ 23.88, 21.27 และ 21.12 กิโลกรัมต่อตัว มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P<0.01) และต้นทุนการผลิตต่อการเพิ่มน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม พบว่า สุกรกลุ่มที่ 4 มีต้นทุนการผลิตต่ำสุด เท่ากับ 23.86 บาท รองลงมาคือ กลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 1 มีต้นทุนการผลิตเท่ากับ 24.02 และ 27.05 ต่อการเพิ่มน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตามลำดับ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P<0.01) กับกลุ่มที่ 2 มีต้นทุนการผลิต เท่ากับ 30.50 บาทต่อการเพิ่มน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
Article Details
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ใน Journal of Vocational Education in Agriculture ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ใน Journal of Vocational Education in Agriculture ถือเป็นลิขสิทธิ์ของJournal of Vocational Education in Agriculture หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Journal of Vocational Education in Agriculture ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ยุทธนา ศิริวัธนนุกุล และคณะ. (2553). ผลของฟ้าทะลายโจรไทยหรือจีนและใบฝรั่งไทยหรือจีนต่อการรักษาโรคท้องร่วงจากเชื้อ อี.โคไล ในลูกสุกรระยะดูดนม. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 29(4), 389-403.
เสาวลักษณ์ พงษ์ไพจิตร และคณะ. (2553). การแยกเชื้อโรคระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหารในสุกรจากฟาร์ม รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 โครงการวิจัยการใช้สมุนไพรในการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเนื้อสุกรคุณภาพสูงและปลอดยาปฏิชีวนะตกค้าง. สงขลา: คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ศศิธร คณะรัตน์. (2544). ปัญหาเชื้อดื้อยาในทางปศุสัตว์. การสัมมนาวิชาการโรคติดเชื้ออุบัติใหม่และอุบัติซ้ำ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.
ประพฤกษ์ ตั้งมั่นคง. (2555). ประสิทธิผลของสมุนไพรไทยต่อการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย Escherichia coli และ Salmonella Typhimurium. การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 50 (น. 203-210). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
Sandri, I. G., et.al. (2007). Antimicrobial activity of essential oils of Brazilian species of the genus Cunila against foodborne pathogens spoiling bacterial. Food Chemistry, 103(3), 823-828.
Katzer, G. (2004). Report problems and suggestion. Retrieved from https://www.uni-graz.at/de.
วรวุธ ชัยเนตร. (2548). การศึกษาผลของการใช้ผักแขยงและเปลือกแคเพื่อรักษาโรคท้องร่วงในลูกสุกร. วารสารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์, 3, 150–154.
สาวิตรี รังกระโทก. (2555). ผลของสารสกัดหยาบจากผักแขยง (Limnophila aromatica Merr.) ในการ ต้านเชื้อแบคทีเรียก่อโรคอุจจาระร่วง. (วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต). อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
นิติ อะทาโส และ สุวรรณี แก้ววิเศษ. (2555). ฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดใบผักแขยงและใบย่านางต่อ การยับยั้งแบคทีเรียก่อโรคในอาหาร (รายงานการวิจัย). กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม.
ไพฑูรย์ ศรีโพนทัน. (2557). การศึกษาผลของการใช้สมุนไพรใบฝรั่งในอาหารทดแทนยาปฏิชีวนะต่อ สมรรถนะการเจริญเติบโตของสุกรขุน (น้ำหนัก 60 - 100 กิโลกรัม) (รายงานการวิจัย). มหาสารคาม: วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยมหาสารคาม.
รัตนา อินทรานุปกรณ์. (2547). การตรวจสอบและการสกัดแยกสารสำคัญจากสมุนไพร. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สาธร พรตระกูลพิพัฒน์ และคณะ. (2547). ผลของสารสกัดด้วยน้ำและแอลกอฮอล์ของผลกล้วยน้ำว้าดิบ ใบข่อยและเปลือกข่อยต่อเชื้อ Escherichia coli (F 18+). การประชุมสัมมนาวิชาการเกษตรแห่ง ชาติประจำปี 2547 (น. 357-361). ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.