ปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการการส่งเสริมการจัดการตอซังและฟางข้าวของเกษตรกรในจังหวัดปทุมธานี

Main Article Content

ณัฐจรีย์ ปัญญาวุธ
เฉลิมศักดิ์ ตุ้มหิรัญ
จินดา ขลิบทอง

บทคัดย่อ

     ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย หลังเก็บเกี่ยวข้าวจะมีปริมาณฟางและตอซังข้าวจำนวนมาก เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมเผาตอซังและฟางข้าวเพื่อเตรียมพื้นที่ปลูกครั้งต่อไป ซึ่งส่งผลให้ดินเสื่อมคุณภาพ ระบบนิเวศเสียสมดุล และเกิดมลพิษทางอากาศ การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ความรู้เกี่ยวกับการจัดการตอซัง และฟางข้าวของเกษตรกร 2) ปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการการส่งเสริมการจัดการตอซังและฟางข้าวของเกษตรกร และ 3) ปัญหาในการจัดการตอซังและฟางข้าวของเกษตรกร ประชากรที่ใช้ คือ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในจังหวัดปทุมธานีที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ปี พ.ศ. 2566/2567 จำนวน 11,036 ราย กำหนดขนาดตัวอย่างจำนวน 201 ราย เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัย พบว่า 1) เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุเฉลี่ย 59.14 ปี จบการศึกษาระดับประถมศึกษา มีประสบการณ์ในการทำนาข้าวเฉลี่ย 25.63 ปี จำนวนพื้นที่ปลูกข้าวเฉลี่ย 25.59 ไร่ ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 3,802.97 บาทต่อไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 765.57 กิโลกรัมต่อไร่ และมีรายได้จากการผลิตข้าว 7,005.13 บาทต่อไร่ 2) เกษตรกรมีความรู้เกี่ยวกับการจัดการตอซังและฟางข้าวอยู่ในระดับมาก 3) เกษตรกรมีความต้องการการส่งเสริมการจัดการตอซังและฟางข้าว ได้แก่ ด้านรูปแบบ การส่งเสริมการเกษตรอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 3.99) ด้านสื่อบุคคลในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 3.89) ด้านความรู้ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 3.42) และด้านช่องทางสื่ออยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย 3.34) 4) ปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการการส่งเสริมการจัดการตอซังและฟางข้าวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 คือ ระดับปัญหาในการจัดการตอซังและฟางข้าว และที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 คือ ต้นทุนการผลิตข้าว และ 5) เกษตรกรประสบปัญหาในการจัดการตอซังและฟางข้าวในระดับมาก ในประเด็นต้นทุนการจัดการที่ค่อนข้างสูง (ค่าเฉลี่ย 4.31) การขาดแคลนเครื่องจักรกล (ค่าเฉลี่ย 4.07) และไม่มีแหล่งรับซื้อฟางข้าว (ค่าเฉลี่ย 4.02)

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ปัญญาวุธ ณ., ตุ้มหิรัญ เ., & ขลิบทอง จ. (2026). ปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการการส่งเสริมการจัดการตอซังและฟางข้าวของเกษตรกรในจังหวัดปทุมธานี. วารสารผลิตกรรมการเกษตร, 126–136. สืบค้น จาก https://li01.tci-thaijo.org/index.php/japmju/article/view/267951
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Department of Agricultural Extension. 2023. 9 approaches to manage agricultural residues: Thai farmers united to stop burning sustainably. Department Agricultural Extension Journal 57(313): 16. [in Thai]

Department of Agricultural Extension. 2024. Department of Agricultural Extension cooperates with partners to reduce global warming by using biotechnology for rice straw decomposition. [News release]. Available: https://doaenews.doae.go.th/archives/24156 (October 20, 2024). [in Thai]

Kongjan, K., P. Treewannakul and M. Rengkwunkway. 2021. Management of rice stubble and straw of farmers in project of extension for stop burning at agri-area in Phra Nakhon Si Ayutthaya province. Agricultural Science Journal 52(1): 20-31. [in Thai]

Sirichanusorn, K. 2023. Extension guidelines for management of rice stubble and straw of farmer in Phimai district, Nakhon Ratchasima province. Master's Thesis in Sukhothai Thammathirat Open University. [in Thai]

Pathum Thani Provincial Agricultural Office. 2023. Pathum Thani provincial agricultural development plan for 2023 - 2027. Available: https://pathumthani.doae.go.th/province/?page_id=86 (October 20, 2024). [in Thai]

Phonman, R. and M. Kajitnatitham. 2024. From Likert-type scale to Likert-like scale. Journal of Social Sciences in Measurement Evaluation Statistics and Research 5(1): 1-15. [in Thai]

Suwanreung, W., J. Suriyawanakul, N. Poldee, K. Tangchaichit and S. Bureerat. 2021. Rice straw stump cutter. KKU Research Journal (Graduate Studies) 21(4): 157-170. [in Thai]

Yamane, T. 1973. Statistics: An introductory analysis. 3rd Edition. Harper and Row Publication, New York.