การทำนายการระบาดของไข้เลือดออกโดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ร่วมกับการเรียนรู้ของเครื่อง: กรณีศึกษาอำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา

Main Article Content

เสถียร หันตา
พันธิตรา ลือชา
จิราพัชร บุญสูง

บทคัดย่อ

ไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่มียุงลายเป็นพาหะ และเป็นปัญหาสาธารณสุขในหลายประเทศทั่วโลก งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการระบาดของโรคไข้เลือดออก และสร้างแบบจำลองการพยากรณ์โรคด้วยเทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษารวบรวมจากสถานีอุตุนิยมวิทยาพะเยา และจำนวนผู้ป่วยจากโรงพยาบาลพะเยา ระหว่างปี 2561 ถึง 2565 โดยแยกชุดข้อมูลตามปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ กลุ่มเพศ กลุ่มอายุ จำนวนประชากร พื้นที่ป่าไม้ ระยะห่างระหว่างพื้นที่การระบาดกับแหล่งน้ำ ระยะห่างระหว่างพื้นที่การเกิดการระบาดซ้ำ อุณหภูมิเฉลี่ย ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย และจำนวนวันที่ฝนตก อีกทั้งได้มีการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์หาปัจจัยที่เกี่ยวข้อง


ข้อมูลทั้งหมดถูกนำมาสร้างเป็น dataset แบบรายเดือน และรายสัปดาห์ โดยการสร้างแบบจำลองจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภท Regression ได้แก่ Support Vector Machines, Generalized Linear Model และ Artificial Neural Network และ ประเภท Classification ได้แก่ Decision Tree, Gradient Boosting Tree และ Random Forest โดยจะใช้วิธี Ensemble Method แบบ Stacking Model เพื่อรวมหลายอัลกอริทึมการเรียนรู้ของเครื่องเข้าด้วยกันเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการพยากรณ์ โดยใช้ 2 อัลกอริทึมเป็น Base Learner และใช้อัลกอรึทึมที่เหลือเป็น Stacking Model Learner จากนั้นใช้ 5-fold Cross Validation เพื่อเปรียบเทียบ และวัดประสิทธิภาพของแบบจำลอง


ผลการศึกษาพบว่าประเภท Regression การใช้ Generalized Linear Model เป็น Stacking Model Learner มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด โดยมีค่า RMSE 1.457 ส่วนประเภท Classification แบบจำลอง Gradient Boosting Tree มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีค่า Accuracy 99.12% การศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องในการพยากรณ์ ซึ่งอาจนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวัง และควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

Article Details

ประเภทบทความ
Original Articles

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมโรค. (2560). ความรู้ทั่วไปโรคไข้เลือดออก. กระทรวงสาธารณสุข.

กรมควบคุมโรค. (2563). ไข้เลือดออก (Dengue Fever และ Dengue Hemorrhagic Fever) (ICD 10 A90, A91). https://ddc.moph.go.th/dcd/pagecontent.php?page=565&dept=dcd

กอบเกียรติ สระอุบล. (2563). เรียนรู้ Data Science และ AI: Machine Learning ด้วย Python (พิมพ์ครั้งที่ 1). มีเดีย เนทเวิร์ค.

จิรโรจน์ ตอสะสุกุล. (2564). แบบจำลองการพยากรณ์ของการระบาดโรคไข้เลือดออกโดยใช้เทคนิคการทำเหมืองข้อมูล. วารสารวิชาการซายน์เทค มรภ.ภูเก็ต, 5(2), 51–60.

โรงพยาบาลพญาไท. (ม.ป.ป.). ไข้เลือดออก อย่าปล่อยให้เป็นซ้ำ อันตรายถึงชีวิต. https://www.phyathai-sriracha.com/article/medicine/

สายชล สินสมบูรณ์ทอง. (2560). การทำเหมืองข้อมูล เล่ม 1: การค้นหาความรู้จากข้อมูล. จามจุรีโปรดักส์.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา. (2566). บทสรุปผู้บริหาร สถานการณ์โรคไข้เลือดออก จังหวัดพะเยา (ฉบับที่ 1 ปี 2566).

สุรศักดิ์ สุขสาย และ วนิดา แก่นอากาศ. (2550). การพยากรณ์พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคไข้เลือดออกเพื่อการวางแผนเฝ้าระวังและป้องกันโรคในจังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิจัย มข. (ฉบับบัณฑิตศึกษา), 7(2), 83–97. https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/gskku/article/view/23776/20224

ศูนย์วิจัยภูมิสารสนเทศเพื่อประเทศไทย. (ม.ป.ป.). ความหมายของคำว่า "ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์". https://www.gisthai.org/about-gis/gis.html

Dietterich, T. G. (2000). Ensemble methods in machine learning. In J. Kittler & F. Roli (Eds.), Multiple classifier systems (pp. 1–15). Springer. https://doi.org/10.1007/3-540-45014-9_1

EFD Initiative. (2024, September 5). Forest cover could reduce hospital admissions caused by dengue fever. https://www.efdinitiative.org/news/forest-cover-could-reduce-hospital-admissions-caused-dengue-fever

Hofmann, M., & Klinkenberg, R. (Eds.). (2013). RapidMiner: Data mining use cases and business analytics applications. CRC Press.

Kohavi, R. (1995). A study of cross-validation and bootstrap for accuracy estimation and model selection. Proceedings of the 14th International Joint Conference on Artificial Intelligence (IJCAI), 1137–1145. https://doi.org/10.5555/1643031.1643047

Majeed, M. A., Shafri, H. Z. M., Zulkafli, Z., & Wayayok, A. (2023). A deep learning approach for dengue fever prediction in Malaysia using LSTM with spatial attention. International Journal of Environmental Research and Public Health, 20(5), 4087. https://doi.org/10.3390/ijerph20054087

Sylvestre, E., Joachim, C., Cécilia-Joseph, E., Bouzillé, G., Campillo-Gimenez, B., Cuggia, M., & Cabié, A. (2022). Data-driven methods for dengue prediction and surveillance using real-world and Big Data: A systematic review. PLoS Neglected Tropical Diseases, 16(1), e0010056. https://doi.org/10.1371/journal.pntd.0010056