จริยธรรมของผู้เกี่ยวข้อง
บทบาทและหน้าที่ด้านจริยธรรมการตีพิมพ์
1. บทบาทและหน้าที่ของสำนักพิมพ์/เจ้าของวารสาร (Duties of the Publisher)
1. สำนักพิมพ์/เจ้าของวารสาร ต้อง เคารพและคุ้มครองความเป็นอิสระทางวิชาการของกองบรรณาธิการ
2.สำนักพิมพ์/เจ้าของวารสาร ต้องไม่ แทรกแซง บิดเบือน ชี้นำ หรือใช้อิทธิพลที่ไม่เหมาะสมต่อการดำเนินงานของวารสา
3. สำนักพิมพ์/เจ้าของวารสาร ต้องไม่ ให้ผลประโยชน์ทางธุรกิจ การเงิน โฆษณา หรือรายได้เชิงพาณิชย์มีอิทธิพลต่อการดำเนินงานของวารสาร
2. บทบาทและหน้าที่ของหัวหน้ากองบรรณาธิการและกองบรรณาธิการ (Duties of the Editor-in-Chief and Editorial Board)
1. หัวหน้ากองบรรณาธิการ ต้อง รับผิดชอบต่อการตัดสินใจในกระบวนการดำเนินงานของวารสารและปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระ เป็นธรรม โปร่งใส ตามนโยบายของวารสาร หลักจริยธรรมการตีพิมพ์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2. หัวหน้ากองบรรณาธิการ/กองบรรณาธิการ ต้อง กำกับดูแลให้วารสารเผยแพร่นโยบายและกระบวนการดำเนินงานของวารสารบนเว็บไซต์อย่างชัดเจน เข้าถึงได้ และเป็นปัจจุบัน รวมทั้งแจ้งการเปลี่ยนแปลงนโยบายล่วงหน้าก่อนมีผลบังคับใช้
3. หัวหน้ากองบรรณาธิการ/กองบรรณาธิการ ต้อง กำกับดูแลให้กระบวนดำเนินงานของวารสารให้เป็นไปตามมาตรฐานการวิจัยและการตีพิมพ์ หลักจริยธรรมการวิจัย ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และนโยบายของวารสาร รวมทั้งดำเนินการภายในกรอบระยะเวลาที่วารสารกำหนด
4. หัวหน้ากองบรรณาธิการ/กองบรรณาธิการ ต้อง กำกับดูแลให้มีการเปิดเผยและจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน ที่อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการพิจารณาบทความ
5. หัวหน้ากองบรรณาธิการ/กองบรรณาธิการ ต้อง คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญตรงกับเนื้อหาของต้นฉบับ มีความน่าเชื่อถือ และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
6. หัวหน้ากองบรรณาธิการ/กองบรรณาธิการ ต้อง รักษาความลับของต้นฉบับ เอกสารประกอบ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการประเมิน ข้อมูลส่วนบุคคล และตัวตนของผู้ประพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่เป็นไปตามรูปแบบการประเมินและการเผยแพร่ของวารสาร หรือมีเหตุจำเป็นตามกฎหมายหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
7. หัวหน้ากองบรรณาธิการ/กองบรรณาธิการ ควร พิจารณาข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิประกอบการตัดสินต้นฉบับ และ ต้อง ใช้ดุลยพินิจทางวิชาการในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย
8. หัวหน้ากองบรรณาธิการ/กองบรรณาธิการ ต้อง พิจารณา ตรวจสอบ และดำเนินการต่อข้อบ่งชี้ ข้อกล่าวหา ข้อร้องเรียน และการอุทธรณ์เกี่ยวกับการประพฤติมิชอบทางการวิจัยและการตีพิมพ์อย่างเหมาะสม รวดเร็ว เป็นธรรม เป็นกลาง และเป็นอิสระ โดยพิจารณาจากข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักฐานจากผู้ร้องเรียน ผู้ถูกร้องเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้อง
9. หัวหน้ากองบรรณาธิการ/กองบรรณาธิการ ต้องไม่ แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของบทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่แล้ว โดยไม่มีการดำเนินการที่เหมาะสม เช่น การแก้ไข (Correction/Erratum) ต้องระบุเหตุผลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน พร้อมเชื่อมโยงการแก้ไขกับบทความเดิม
10. หัวหน้ากองบรรณาธิการ/กองบรรณาธิการ ต้องไม่ ยินยอมให้ผู้ประพันธ์ขอถอน (Withdraw) บทความภายหลังการตีพิมพ์เผยแพร่แล้ว (Published)
11. หัวหน้ากองบรรณาธิการ/กองบรรณาธิการ ต้องไม่ ลบบทความที่ถูกถอดถอน (Retracted Article) ออกจากเว็บไซต์ของวารสาร และ ต้อง แสดงสถานะการถอดถอนอย่างชัดเจน
12. หัวหน้ากองบรรณาธิการ ต้อง ออกหนังสือตอบรับตีพิมพ์บทความ (Acceptance letter) เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการพิจารณาคุณภาพบทความ (Accepted) แล้วเท่านั้น
3. บทบาทและหน้าที่ของผู้ทรงคุณวุฒิ (Duties of the Reviewers)
1. ผู้ทรงคุณวุฒิ ต้อง รับประเมินต้นฉบับที่อยู่ในขอบเขตความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ทางวิชาการของตน
2. ผู้ทรงคุณวุฒิ ต้อง ดำเนินการประเมินต้นฉบับและส่งผลการประเมินภายในระยะเวลาที่วารสารกำหนด
3. ผู้ทรงคุณวุฒิ ต้อง เปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อนต่อบรรณาธิการ
4. ผู้ทรงคุณวุฒิ ต้อง รักษาความลับของต้นฉบับ เอกสารประกอบ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการประเมิน ทั้งในระหว่างและภายหลังการประเมิน
5. ผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องไม่ นำข้อมูล แนวคิด วิธีการ ผลการวิจัย หรือเนื้อหาที่ยังไม่เผยแพร่จากต้นฉบับไปใช้ประโยชน์ส่วนตนหรือบุคคลอื่น
6. ผู้ทรงคุณวุฒิ ต้อง ประเมินต้นฉบับตามหลักเกณฑ์และนโยบายของวารสารอย่างเป็นกลางและเป็นธรรมตามหลักวิชาการ โดยไม่เลือกปฏิบัติหรือใช้อคติจากความคิดเห็นส่วนบุคคลในการประเมิน
7. ผู้ทรงคุณวุฒิ ต้อง ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ชัดเจน มีเหตุผล และมีหลักฐานทางวิชาการ โดยนำเสนอข้อวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์และมุ่งให้เกิดการปรับปรุงคุณภาพของต้นฉบับ
8. ผู้ทรงคุณวุฒิ ต้อง แจ้งบรรณาธิการหากพบความผิดปกติหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือ ความซื่อสัตย์ และจริยธรรมในการวิจัย เช่น การคัดลอกผลงาน (Plagiarism) การตีพิมพ์หรือส่งต้นฉบับซ้ำ การสร้างข้อมูลเท็จ (Fabrication) การปลอมแปลงหรือบิดเบือนข้อมูล (Falsification) และการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์หรือสัตว์
9. ผู้ทรงคุณวุฒิ ต้อง ตรวจสอบความสอดคล้อง ความถูกต้อง ความทันสมัย และความเหมาะสมของเอกสารอ้างอิงที่ใช้สนับสนุนเนื้อหาทางวิชาการของต้นฉบับ
4. บทบาทและหน้าที่ของผู้ประพันธ์ (Duties of the Authors)
1. ผู้ประพันธ์ ต้อง ปฏิบัติตามคำแนะนำและข้อกำหนดของวารสาร
2. ผู้ประพันธ์ ต้อง รับรองว่าต้นฉบับที่ส่งมายังวารสารเป็นผลงานที่จัดทำขึ้นใหม่และไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน
3. ผู้ประพันธ์ ต้องไม่ ส่งต้นฉบับเดียวกันหรือต้นฉบับที่มีสาระสำคัญซ้ำซ้อนกันให้วารสารมากกว่าหนึ่งแห่งพิจารณา หรือส่งต้นฉบับที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของวารสารหนึ่งไปยังวารสารอื่น ไม่ว่าจะเป็นภาษาเดียวกันหรือต่างภาษา (Simultaneous Submission)
4. ผู้ประพันธ์อันดับแรก (First Author) และผู้ประพันธ์บรรณกิจ (Corresponding Author) ต้อง มีได้เพียงคนเดียว โดย ต้อง กำหนดรายชื่อ ลำดับ บทบาทและการมีส่วนร่วมตามเกณฑ์การเป็นผู้ประพันธ์ของวารสาร (Contributor Roles Taxonomy: CRediT) ในต้นฉบับ โดยพิจารณาจากการมีส่วนร่วมทางวิชาการที่เกิดขึ้นจริง
5. ผู้ประพันธ์บรรณกิจ (Corresponding Author) ต้อง เป็นผู้ประสานงานหลักกับบรรณาธิการ ตลอดกระบวนการพิจารณาบทความและภายหลังการตีพิมพ์ และ ต้อง ระบุข้อมูลการติดต่อ เช่น อีเมล (Email) ที่สามารถติดต่อได้
6. ผู้ประพันธ์ทุกคน ต้อง รับทราบและเห็นชอบต่อการระบุรายชื่อ ลำดับ บทบาทและการมีส่วนร่วม ตลอดจนการตรวจสอบ การส่งต้นฉบับ และการรับทราบฉบับสุดท้ายก่อนเผยแพร่
7. ผู้ประพันธ์ทุกคน ต้อง ระบุสังกัด (Affiliation) และข้อมูลการติดต่อ เช่น อีเมล (Email) ให้ถูกต้อง ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับการทำงานวิจัยหรือผลงานทางวิชาการ และ ต้องไม่ ระบุสังกัด (Affiliation) ที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง
8. ผู้ประพันธ์ทุกคน ต้อง ร่วมรับผิดชอบต่อความถูกต้องของผลงาน และ ต้อง รายงานวิธีการวิจัย ข้อมูล และผลการวิจัยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส
9. ผู้ประพันธ์ ต้อง อ้างอิงและระบุแหล่งที่มาของข้อความ แนวคิด ข้อมูล วิธีการ ผลงาน รูปภาพ ตาราง หรือเนื้อหาอื่นที่นำมาใช้ในต้นฉบับให้ถูกต้องและเหมาะสม ตามรูปแบบการอ้างอิงและข้อกำหนดของวารสาร
10. ผู้ประพันธ์ ต้อง มีความซื่อสัตย์ต่อผลงาน และไม่กระทำการอันเป็นการประพฤติผิดจริยธรรมการวิจัยและการตีพิมพ์ผลงานวิจัย
11. ผู้ประพันธ์ ต้อง เปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจมีผลต่อการดำเนินการวิจัย การตีความผลการวิจัย หรือการจัดทำต้นฉบับ
12. ผู้ประพันธ์ ต้อง เปิดเผยแหล่งทุนและผู้สนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการวิจัยและการจัดทำต้นฉบับ รวมถึงการสนับสนุนด้านเงินทุน วัสดุ อุปกรณ์ หรือทรัพยากรอื่นที่เกี่ยวข้อง
13. ผู้ประพันธ์ ต้อง ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย เมื่อได้รับการร้องขอจากวารสาร เช่น ชุดข้อมูลดิบ (Raw Data) หรือข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์
14. ผู้ประพันธ์ ต้อง ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อกล่าวหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือจริยธรรมของงานวิจัยและการตีพิมพ์
แหล่งอ้างอิง: แนวทางของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai-Journal Citation Index Centre: TCI)