การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เรื่องกฎการเหนี่ยวนำของฟาราเดย์: เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจจากการใช้ชุดอุปกรณ์การทดลองจริงกับสื่อจำลองโต้ตอบเสมือนจริง

Main Article Content

พัชรา พุกสุข
ณัฐวัฒน์ ศรีไพรสนธ์
นิพนธ์ มณีธรรม
วิจิตร ฤทธิธรรม
ณัฐพงศ์ ดิษฐเจริญ
นงลักษณ์ จันทร์พิชัย

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนในการเรียนรู้เรื่องกฎการเหนี่ยวนำของฟาราเดย์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E ร่วมกับชุดทดลองจริงและสื่อจำลองแบบอินเทอร์แอ็กทีฟของ PhET กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ จังหวัดกำแพงเพชร ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนกลุ่มที่เรียนด้วยสื่อจำลอง PhET มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มที่เรียนด้วยชุดทดลองจริงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ค่าเฉลี่ย = 7.29, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 1.01; เท่ากับร้อยละ 72.86 เทียบกับค่าเฉลี่ย = 6.76, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 1.39; เท่ากับร้อยละ 67.65) ในด้านความพึงพอใจ กลุ่มที่ใช้สื่อ PhET มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 4.26, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.20) ขณะที่กลุ่มที่ใช้ชุดทดลองจริงมีความพึงพอใจในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย = 3.50, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.20) ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการบูรณาการสื่อจำลอง PhET กับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ 5E สามารถส่งเสริมความเข้าใจในเนื้อหาและความมีส่วนร่วมของนักเรียนในการเรียนวิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พุกสุข พ., ศรีไพรสนธ์ ณ., มณีธรรม น., ฤทธิธรรม ว., ดิษฐเจริญ ณ., & จันทร์พิชัย น. (2025). การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เรื่องกฎการเหนี่ยวนำของฟาราเดย์: เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจจากการใช้ชุดอุปกรณ์การทดลองจริงกับสื่อจำลองโต้ตอบเสมือนจริง. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 4(1), 14–27. สืบค้น จาก https://li01.tci-thaijo.org/index.php/jstcrru/article/view/266164
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

พิชิตทอง ครอลพลขวา. (2559). การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความสามารถในการแก้ไขปัญหาทางวิทยาศาสตร์ และความใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 10 (ฉบับพิเศษ), 612-622.

ประพิณญา ทิพย์แสง. (2563). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองบนคอมพิวเตอร์โปรแกรม PhET วิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง การโคจรรอบโลกของดวงจันทร์ ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์. เอกสารรายงานงานวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์, 113-130.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2567). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560).

ธนัชพร อุทธา, วีระ วงศ์สรรค์ และ ธนาดล สมบูรณ์. (2566). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ เรื่อง งานและพลังงาน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5Es) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนพนาศึกษา. วารสารสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม, 4(1), 55-72.

กฤตนัย เจริญสุข. (2565). การศึกษาผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจต่อการใช้ชุดการสอนวิทยาศาสตร์เรื่อง ไฟฟ้าแสนสนุก ร่วมกับสถานการณ์จำลองแบบมีปฏิสัมพันธ์ของ PhET ของนักเรียนที่ขาดเรียนต่อเนื่องจากการติดเชื้อโควิด-19 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวิชากร สำนักงานเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร. รายงานวิจัยในชั้นเรียน 6 โรงเรียนวิชากร สำนักงานเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร. 18-40.

พีระพล ชินรัตน์. (2565). การใช้สถานการณ์จำลองเชิงปฏิสัมพันธ์ของ PhET ในการเรียนการสอนฟิสิกส์ออนไลน์. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ DeSec-Journal Articles. 12-19.

ชาญวิทย์ คำเจริญ และ ขวัญหทัย กวดนอก. (2563). การตรวจสอบการใช้แบบจำลองโต้ตอบเสมือนจริง สำหรับการสอนไฟฟ้ากระแสตรง. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, 31(2), 1-13.

โชติรส ฮับสมบูรณ์. (2564). ผลการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5E) ร่วมกับเทคนิค SSCS ที่มีต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางเคมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความคงทนในการเรียนรู้ เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครนิทรวิโรฒ.

เมืองมา กมลพรรณ. (2564). การพัฒนาสื่อจำลองโต้ตอบเสมือนจริงสำหรับการสอนปฏิบัติการ รายวิชา PHYS1115 ฟิสิกส์พื้นฐานสำหรับวิทยาศาสตร์สุขภาพ. สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.

อัฐพล ใจวงค์. (2563). การเรียนรู้แบบแบ่งกลุ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (STAD) ร่วมกับแอพพลิเคชั่นทางการศึกษา เพื่อส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ทักษะสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง แสงกับทัศนอุปกรณ์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.