กายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบเนื้อเยื่อชั้นผิวใบของพืชวงศ์เข็ม (Rubiaceae) บางชนิดในมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด

Main Article Content

สุฑารัตน์ คนขยัน
เบญญาภา พลศรี
ภณิดา เถาว์ชาลี

บทคัดย่อ

ลักษณะกายวิภาคศาสตร์ของพืช เป็นข้อมูลที่มีความสำคัญต่อการศึกษาด้านอนุกรมวิธาน ประกอบกับข้อมูลพื้นฐานสำหรับการระบุชนิดพืชวงศ์เข็มมีน้อย การวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อหาลักษณะของเนื้อเยื่อชั้นผิวใบที่สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางอนุกรมวิธานในการระบุชนิดของพืช พืชวงศ์เข็ม (Rubiaceae) ที่พบในมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด จำนวน 14 สกุล 20 ชนิด ประกอบด้วยสกุล Ixora, Gardenia, Hedyotis, Oldenlandia, Spermacoce และ Morinda สกุลละ 2 ชนิด Catunaregam, Cynanchum, Hamelia, Mitragyna, Mitracarpus, Mussaenda, Paederia และ Rothmannia สกุลละ 1ชนิด ด้วยวิธีการลอกผิวใบและการทำให้แผ่นใบใส ย้อมด้วยสีซาฟรานิน ความเข้มข้น 1% ผลการศึกษาพบว่า ลักษณะกายวิภาคศาสตร์ทั่วไปของพืชวงศ์เข็มคือ 1) รูปร่างของเซลล์ในเนื้อเยื่อชั้นผิวมีรูปร่างหลายเหลี่ยม รูปร่างไม่แน่นอน และรูปร่างคล้ายจิกซอว์ 2) ชนิดของปากใบเป็นแบบพาราไซติก 3) ชนิดของขนเป็นแบบขนหลายเซลล์ ขนเซลล์เดียว และขนรูปโล่ 4) มีรูปแบบของผิวเคลือบคิวทินเป็นผิวเรียบ เป็นปุ่มหรือเป็นริ้วเรียงขนาน และ 5) รูปแบบของสารสะสมเป็นผลึกรูปดาว ผลึกรูปปริซึม ผลึกรูปเข็ม ผลึกรูปเม็ดทราย ผลึกรูปแท่ง พบเซลล์เม็ดน้ำมันและเซลล์สะสมสารติดสีแดงเข้ม ลักษณะกายวิภาคดังกล่าวเบื้องต้นมีความสำคัญต่ออนุกรมวิธานอย่างมาก เนื่องจากสามารถนำไปใช้ในการระบุพืชบางชนิดหรือบางสกุลได้

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จำลอง เพ็งคล้าย, จรัล ฉ. เจริญผล, ลีนา ผู้พัฒนพงศ์ และธวัชชัย สันติสุข. (2518). ไม้มีค่าทางเศรษฐกิจไทยตอนที่ 1 [วิทยานิพนธ์ทำเนียบนายกรัฐมนตรี]. กรุงเทพฯ.

ปริมประภา ภูส่งสี. (2561). กายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบพืชสกุลหญ้าอ้อยก่ำ (วงศ์เข็ม) ในประเทศไทย. [วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม]. มหาสารคาม.

วิโรจน์ เกสรบัว. (2547). พืชสกุลยอ (Morinda L.) ในประเทศไทย. [วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น]. ขอนแก่น.

สุรินทร์ แข่งขัน, ดวงใจ ศุขเฉลิม และสุวิทย์ แสงทองพราว (2555). การศึกษาอนุกรมวิธานของพืชวงศ์เข็ม ในบางพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิจัยพืชเขตร้อน, 5, 64-79.

อุไรวรรณ กุลีช่วย. (2554). พืชมีขนที่สำรวจพบในบริเวณแอ่งน้ำ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อสนับสนุนนิติวิทยาศาสตร์. [นิติวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์]. สงขลา.

Dessein, S.J., Huysmans, S., Robbrecht, E., & Smets, E. (2001). A morphological and anatomical survey of Virectaria (African Runiaceae), with a discussion of its taxonomic position. Botanical Journal of the Linnean Society, 137, 1-29.

Dickison, W.C. (2000). Integrative plant anatomy. Academic press, San Diego.

Gardner, P.T., Tamsin, T.C., White, A.C., McPhail, D.B., & Duthie, G.D. (2000). The relative contributions of vitamin C, carotenoids and phenolics to the antioxidant potential of fruit juices. Food Chemistry, 68, 471-474.

Herbarium, National Park, Wildlife and Plant Conservation Department, Bangkok.

Jones, S.B., & Luchsinger, A.E. (1987). Plant systematics. (2nd ed). McGraw-Hill, New York.

Mabberley, J.F. (1997). The Plant-Book: A portable dictionary of the higher plants. Cambridge : Cambridge University Press.

Metcalfe, C.R., & Chalk, L. (1950). Anatomy of the Dicotyledons. Vol. 1. Clarendon Press, Oxford.

Metcalfe, C.R., & Chalk, L. (1957). Anatomy of the Dicotyledons: Vol. l. Oxford University Press.

Pant D.D., & Mehra, B. (1965). Ontogeny of stomata in some Rubiaceae. Phytomorphology, 15, 300-310.

Puff, C., Chayamarit, K., & Chamchumroon V. (2005). Rubiaceae of Thailand. A Pictorial guide to indigenous and cultivated genera. The Forest

Puff, C., Chayamarit, K., Chamchumroon, V., & Esser, H.J. (2021). Rubiaceae (Genera 1–45). In: K. Chayamarit & H. Balslev (eds), Flora of Thailand Vol. 15 Part 1: 1–235. Prachachon Co. Ltd., Bangkok.

Salisbury, E.J. (1927). On Cause and Ecological Significance of Stomata Frequency with Special Reference to Woodland Flora. Philosophical Transactions of the Royal Society of London, London.

Stace, C.A. (1965). Cuticular Studies as an Aid to Plant Taxonomy. The Bulletin of the British Museum (National History), 4, 37-40.