นโยบายจริยธรรมการตีพิมพ์และการป้องกันการกระทำผิดทางวิชาการ

วารสารยึดมั่นในมาตรฐานสูงสุดด้านจริยธรรมการตีพิมพ์ตามแนวปฏิบัติของคณะกรรมการจริยธรรมการตีพิมพ์ (Committee on Publication Ethics: COPE) และมีนโยบายไม่ยอมรับการกระทำที่ผิดจริยธรรมในการตีพิมพ์ ต้นฉบับ (Manuscript) ที่ตรวจพบว่ากระทำผิดจริยธรรมการตีพิมพ์จะถูกปฏิเสธการพิจารณา (Rejected) และบทความที่ได้รับการตีพิมพ์แล้ว (Published Articles) จะถูกถอดถอน (Retracted) หากตรวจพบว่ามีการกระทำผิดจริยธรรมการตีพิมพ์หรือการกระทำผิดทางวิชาการในกรณีดังต่อไปนี้

1. การลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้อื่น (Plagiarism)
     การคัดลอกผลงานทุกรูปแบบถือเป็นการละเมิดจริยธรรมการตีพิมพ์ ผู้ประพันธ์ต้องอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลทั้งหมดอย่างถูกต้องและเหมาะสม
     วารสารใช้โปรแกรม CopyCatch ผ่านระบบ ThaiJO ในการตรวจสอบความซ้ำซ้อนของบทความ (Similarity Check) และกำหนดให้อัตราความซ้ำซ้อนไม่เกินร้อยละโดยไม่รวมข้อความอ้างอิงโดยตรง (Quotation) และบรรณานุกรม
     หากต้นฉบับมีอัตราความซ้ำซ้อนสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกปฏิเสธการพิจารณา และหากตรวจพบภายหลังว่าบทความที่เผยแพร่แล้วมีอัตราความซ้ำซ้อนสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด จะถูกถอดถอนการตีพิมพ์
2. การสร้างข้อมูลหรือข้อเท็จจริงอันไม่มีอยู่จริง (Fabrication) และการบิดเบือนข้อมูลหรือข้อเท็จจริง (Falsification)
     ผู้ประพันธ์ต้องนำเสนอผลการศึกษาวิจัยอย่างซื่อสัตย์และสามารถตรวจสอบได้
     การสร้างข้อมูลหรือข้อเท็จจริงอันไม่มีอยู่จริง การปรับแต่งหรือบิดเบือนข้อมูลหรือข้อเท็จจริง รวมถึงการอ้างอิงเอกสารทางวิชาการที่ไม่มีอยู่จริง (Hallucinated or Fabricated Citations) ไม่ว่าจะเกิดจากการจงใจสร้างขึ้นเองหรือการใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยปราศจากการตรวจสอบความถูกต้อง ถือเป็นการละเมิดจริยธรรมการตีพิมพ์
     การกระทำดังกล่าวจะส่งผลให้ต้นฉบับถูกปฏิเสธการพิจารณา หรือบทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่แล้วถูกถอดถอนการตีพิมพ์
3. การตีพิมพ์ซ้ำ (Duplicate Publication) และการส่งต้นฉบับซ้ำซ้อน (Simultaneous Submission)
     การนำบทความของตนเองในเรื่องเดียวกันไปเผยแพร่ในวารสารวิชาการมากกว่าหนึ่งฉบับ รวมถึงการส่งต้นฉบับเดียวกันเพื่อขอรับการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารหรือการประชุมวิชาการอื่นพร้อมกัน ถือเป็นพฤติกรรมที่ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง
     การกระทำดังกล่าวจะส่งผลให้ต้นฉบับถูกปฏิเสธการพิจารณา หรือบทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่แล้วถูกถอดถอนการตีพิมพ์
4. การเผยแพร่เนื้อหาซ้ำโดยไม่อ้างอิง (Redundant Publication) และการแบ่งผลงานวิจัยเพื่อตีพิมพ์หลายบทความ (Salami Slicing)
     การนำผลงาน ข้อมูล หรือเนื้อหาบทความของตนเองที่เคยได้รับการตีพิมพ์แล้วมาเผยแพร่ซ้ำในวารสารฉบับอื่น โดยปราศจากการอ้างอิงที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ รวมถึงการจงใจแบ่งข้อมูลหรือผลการศึกษาจากงานวิจัยชิ้นเดียวกันออกเป็นผลงานย่อย แล้วทยอยส่งตีพิมพ์เป็นบทความหลายเรื่องเพื่อเพิ่มจำนวนผลงานตีพิมพ์โดยไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ ถือเป็นการสร้างความซ้ำซ้อนในฐานข้อมูลทางวิชาการและเป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรมการตีพิมพ์
     การกระทำดังกล่าวจะส่งผลให้ต้นฉบับถูกปฏิเสธการพิจารณา หรือบทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่แล้วถูกถอดถอนการตีพิมพ์
5. การระบุการมีส่วนร่วมในผลงานไม่ตรงกับความเป็นจริง (Misrepresentation of Authorship Roles)
     การระบุชื่อหรือบทบาทความรับผิดชอบของผู้ประพันธ์ไม่ตรงกับความเป็นจริง ได้แก่ การใส่ชื่อผู้ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษาวิจัยจริง (Gift/Guest Authorship) การจงใจไม่ระบุชื่อบุคคลที่มีส่วนร่วมสำคัญในการศึกษาวิจัยหรือการเขียนต้นฉบับ (Ghost Authorship) รวมถึงการปกปิดหรือเปลี่ยนแปลงการมีส่วนร่วมที่แท้จริงของผู้ประพันธ์ ถือเป็นการละเมิดจริยธรรมการตีพิมพ์
     การกระทำดังกล่าวจะส่งผลให้ต้นฉบับถูกปฏิเสธการพิจารณา หรือบทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่แล้วถูกถอดถอนการตีพิมพ์
6. การแทรกแซงกระบวนการพิจารณาบทความ (Peer Review Manipulation)
     วารสารไม่อนุญาตให้มีการกระทำใด ๆ ที่มุ่งหวังจะแทรกแซงกระบวนการพิจารณาต้นฉบับ รวมถึงการเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือการใช้อิทธิพลใด ๆ เพื่อชี้นำผลการประเมิน
     การกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรมการตีพิมพ์อย่างร้ายแรง และจะส่งผลให้ต้นฉบับถูกปฏิเสธการพิจารณาทันที โดยไม่ผ่านกระบวนการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ

แหล่งอ้างอิง: แนวทางของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai-Journal Citation Index Centre: TCI)