การวิเคราะห์ช่องว่างสมรรถนะและการพัฒนาโมเดลการส่งเสริมการเกษตรเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการจัดการธุรกิจผักปลอดภัย

Main Article Content

กฤติยา ศรีศักดา
จินดา ขลิบทอง
เฉลิมศักดิ์ ตุ้มหิรัญ
สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ

บทคัดย่อ

ในปัจจุบัน เกษตรกรผู้ปลูกผักปลอดภัยต้องเผชิญกับข้อจำกัดที่สำคัญด้านการปรับตัว และขาดกลไกการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นระบบ แม้ว่าความต้องการของตลาดจะอยู่ในระดับสูง แต่เกษตรกรมักขาดสมรรถนะด้านการจัดการธุรกิจที่เป็นรูปธรรม งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สมรรถนะและช่องว่างสมรรถนะของเกษตรกรต้นแบบในการจัดการธุรกิจผักปลอดภัย และพัฒนาโมเดลการส่งเสริมการเกษตรที่บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกรในการบริหารจัดการธุรกิจให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยรูปแบบกรณีศึกษาพหุคูณ ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสังเกตการณ์ โดยคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจง จากเกษตรกรต้นแบบและเก็บข้อมูลต่อเนื่องจนกระทั่งถึงจุดอิ่มตัว โดยได้จุดอิ่มตัวของข้อมูลที่จำนวน 12 ราย ในช่วงวันที่ 1-31 กรกฎาคม 2567 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา การวิเคราะห์ข้ามกรณี และการสังเคราะห์โมเดล ผลการศึกษาพบช่องว่างสมรรถนะสำคัญ 4 ประการ คือ ความอ่อนแอด้านการจัดการตลาด นวัตกรรมที่จำกัด การเป็นผู้ตั้งรับราคา และการเรียนรู้โดยลำพัง จึงนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ผ่านโมเดลการส่งเสริมที่ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก คือ 1) การเสริมสร้างองค์กรกลุ่มมีส่วนร่วมเพื่อสร้างทุนทางสังคม 2) การจัดการผลิตบนฐานความรู้และความพอประมาณ 3) การยกระดับนวัตกรรมและความฉลาดทางธุรกิจ และ 4) การสื่อสารเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างอัตลักษณ์ โมเดลนี้ปรับเปลี่ยนบทบาทนักส่งเสริมจาก “ผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยี” สู่ “ผู้อำนวยความสะดวกการเรียนรู้” และ “ผู้เชื่อมโยงเครือข่าย” เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนในระยะยาว

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศรีศักดา ก., ขลิบทอง จ., ตุ้มหิรัญ เ., & ชัยเกียรติยศ ส. (2026). การวิเคราะห์ช่องว่างสมรรถนะและการพัฒนาโมเดลการส่งเสริมการเกษตรเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการจัดการธุรกิจผักปลอดภัย . วารสารแก่นเกษตร, 54(4), 1096–1108. สืบค้น จาก https://li01.tci-thaijo.org/index.php/agkasetkaj/article/view/270093
ประเภทบทความ
บทความวิจัย (research article)

เอกสารอ้างอิง

เกศสุดา โภคานิตย์. 2562. การนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการจัดการวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดชัยภูมิ. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. 9: 50-57.

ชีวรัตน์ ช่ำชอง. 2566. โมเดลการส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการด้านการเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของยุวเกษตรกร ในสถานศึกษาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, นนทบุรี.

Rejeb, A. J. G. Keogh, S. J. Simske, T. Stafford, and H. Treiblmaier. 2021. Potentials of blockchain technologies for supply chain collaboration: a conceptual framework. The International Journal of Logistics Management. 32: 973-994.

Bandura, A. 1997. Self-efficacy: The exercise of control. New York, NY.

De Roest, K., and A. Menghi. 2000. Reconsidering ‘traditional’ food: The case of Parmigiano Reggiano cheese. Sociologia Ruralis. 40: 439-451.

Leeuwis, C. 2004. Communication for rural innovation: Rethinking agricultural extension. Blackwell Science.

Mezirow, J. 1991. Transformative dimensions of adult learning. San Francisco, CA: Jossey-Bass.

Rivera, W. M., and W. Zijp. 2002. Contracting for agricultural extension: International case studies. CABI Publishing.

Valkila, J. 2014. Do fair trade standards benefit coffee farmers? A case study of a Nicaraguan cooperative. Globalizations. 11: 349-365.

Vostriakova, V., O. Kononova, S. Kravchenko, A. Ruzhytskyi, and N. Sereda. 2021. “Optimization of Agri-Food Supply Chain in a Sustainable Way Using Simulation.” International Journal of Computer Science & Network Security. 21: 245–56.

Wenger, E. 1998. Communities of practice: Learning, meaning, and identity. Cambridge, UK: Cambridge University Press.

World Bank. 2007. Enhancing agricultural innovation: How to go beyond the strengthening of research systems. World Bank Publications.