The Development of Word Spelling Competency in Thai Language and Learning Retention of Pathomsuksa 1 Students by Using Brain-Targeted Teaching Model
Keywords:
Spelling Competency in the Thai Language, Learning Retention, Brain-Targeted Teaching ModelAbstract
The research aimed to: 1) study spelling competency level in the Thai Language of prathomsuksa 1 students before and after learning by using Brain-Targeted Teaching Model 2) compare spelling competency in the Thai Language of prathomsuksa 1 students before and after learning by using Brain-Targeted Teaching Model and 3) examine knowledge retention of prathomsuksa 1 students after learning by using Brain-Targeted Teaching Model. The sample group was derived by using Simple Random Sampling, and consisted of 21 students studying in prathomsuksa 1/1 during academic year 1/2020 of Klongklua school under the Office of Nontaburi Primary Educational Service Area 2. The research instruments were: 1) lesson plans of spelling competency in the Thai Language by using Brain-Targeted Teaching Model, 2) a Thai Language spelling competency test, and 3) a Thai Language spelling competency and knowledge retention test. The data were analyzed by Mean, Standard Deviation, and one-sampl t-Test.
The results showed that: 1) after learning by using Brain-Targeted Teaching Model was students’ Thai language spelling competency level was found to be at high level; 2) after learning by using Brain-Targeted Teaching, pratomsuksa 1 students’ learning achievement in terms of Thai language spelling competency Model was higher than that of before with statistical significance at .05; and 3)knowledge retention concerning Thai language spelling of prathomsuksa 1 students appeared to be no difference within 2 weeks after learning by using Brain-Targeted Teaching Model.
Downloads
References
กรรณิการ์ สุพิชญ์ และสันติ วิจักขณาลัญฉ์. (2558). ผังกราฟิก: เครื่องมือช่วยการเรียนรู้. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 11(2), 19-39.
กานต์รวี บุษยานนท์. (2559). รูปแบบการสอนที่สอดคล้องกับการเรียนรู้ของสมอง (Brain-Targeted Model) กับการพัฒนาสมอง และการเรียนรู้ Brain-Targeted Teaching Model: Brain development and Learning. วารสารศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 12(2), 160-176.
กรุณา มีวัน. (2553). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (วิทยานิพนธ์ปริญญา การศึกษามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม.
กาญจนา ไผ่สอาด. (2557). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการคิดเชิงมโนทัศน์ เรื่องเงินทองของมีค่าของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร, นครปฐม.
กุสุมา คำผาง. (2559). ผลของการจัดการเรียนการสอนเขียนสะกดคำภาษาไทยโดยใช้สมองเป็นฐานที่มีต่อทักษะการเขียนสะกดคำของนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
เกศสุดา ใจคำ. (2552). การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน: Brain-based leaning. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น, 3(1), 62-60.
คำเพียร ชูเดช. (2553). ผลการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องการอ่านและการเขียนคำที่มีตัวสะกด ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ด้วยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดโดยใช้สมองเป็นฐาน (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม.
จตุภูมิ เขตจัตุรัส. (2560). วิธีการและเครื่องมือประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียน. ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
จุมพจน์ วนิชกุล. (2551). ทักษะการจัดการความรู้. สืบค้นเมื่อ 5 มกราคม 2564, จาก: http://wachum.org/eBook/4000111/doc5-6.html.
บุญเลี้ยง ทุมทอง. (2556). ทฤษฎีและการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: เอส. พริ้นติ้งไทย แฟคตอรี่.
พิณพนธ์ คงวิจิตต์. (2556). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยโดยใช้รูปแบบการสอน เบรนทาร์เก็ตที่มีต่อความสุขในการเรียนและความคงทนในการเรียนรู้ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
รังสิรัศม์ วงศ์อุปราช และศศิลักษณ์ ขยันกิจ. (2561). แนวทางการจัดการเรียนรู้ทางอารมณ์และ สังคมเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาทางพฤติกรรมและอารมณ์สำหรับเด็กปฐมวัย. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์, 11(1), 160-173.
โรงเรียนคลองเกลือ. (2562). รายงานประจำปีระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2562. นนทบุรี: ฝ่ายบริหารงานวิชาการโรงเรียนคลองเกลือ.
ศิวกานท์ ปทุมสูติ. (2556). เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว (พิมพ์ครั้งที่ 12). กรุงเทพฯ: เฟิสท์ออฟเสท (1993).
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2559). หนังสืออิเล็กทรอนิคส์ การคิดเชิงสร้างสรรค์. สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2564. จาก: https://www.ocsc.go.th/sites/default/files/document/ocsc-2017-eb13.pdf
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2555). แนวการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยที่สอดคล้องกับพัฒนาการทางสมอง. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว.
สำนักงานวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2559). คู่มือการสอนอ่านเขียนโดยการแจกลูกสะกดคำ. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สำนักงานวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.(2562). คู่มือการดำเนินงานขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทยปีงบประมาณ 2562. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2562). สรุปผลที่สำคัญการสำรวจการอ่านของประชากร พ.ศ. 2561. กรุงเทพฯ: กองสถิติพยากรณ์.
สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน. (2557). นักภาษาไทยชำแหละปัญหาปัญหาเด็กไทยอ่านไม่ออก ชี้ครูเป็นต้นเหตุสอนผิดวิธี สอนสะกดคำแปลกทำให้เด็กไขว้เขว. สืบค้นเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2564, จาก: https://www.posttoday.com/social/general/309228.
สุนทร โคตรบรรเทา. (2548). หลักการเรียนรู้โดยเน้นสมองเป็นฐาน. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา.
อัจฉรา ชีวพันธ์. (2557). ภาษาพาสอน เรื่องน่ารู้สำหรับครูภาษาไทย (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: แอคทีฟพริ้นท์.
Adam, J. A. (1967). Human memory. New York: McGraw-Hill.
Hardiman, M. (2012). The brain-targeted teaching model for 21st century school reading companion and study guide. California: Corwin Press.
Tyng, M., Amin, U., Saad, N. M. & Malik, S. (2017). The influences of emotion on learning and memory. Retrieved January 7, 2021, from https://www.frontiersin.org/articles/10.3389/fpsyg.2017.01454/full
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
