เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน เพื่อส่งบทความ

ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้แต่งต้องตรวจสอบและยืนยันว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดการส่งบทความทุกข้อ บทความที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอาจถูกส่งคืนให้ผู้แต่งดำเนินการแก้ไข

  • กรุณาแนบ
    1) ไฟล์ใบลงทะเบียน (PDF file) และ
    2) ไฟล์บทความ MS Word

คำแนะนำในการเตรียมต้นฉบับ

1. การจัดรูปแบบต้นฉบับ ต้นฉบับต้องจัดพิมพ์ด้วยโปรแกรม Microsoft Word

     1.1 ใช้ฟอนต์ Cordia New ขนาด 16 พอยต์ สำหรับชื่อเรื่อง และขนาด 14 พอยต์ สำหรับข้อความส่วนอื่นทั้งหมด

     1.2 พิมพ์หน้าเดียวบนกระดาษขนาด A4 ในรูปแบบ คอลัมน์เดียว (Single column)

     1.3 กำหนดระยะขอบทั้ง 4 ด้าน ไว้ที่ 2.5 เซนติเมตร

     1.4 ความยาวของบทความรวมทุกส่วนต้องไม่เกิน 10 หน้า และไม่ต้องใส่เลขหน้า

2. การจัดเรียงเนื้อหา เนื้อหาประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ รวม 10 ส่วน และเรียงลำดับ ดังนี้

     2.1 สำหรับต้นฉบับภาษาไทย ให้ระบุชื่อเรื่องทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ส่วนต้นฉบับภาษาอังกฤษให้ใช้เฉพาะชื่อเรื่องภาษาอังกฤษเท่านั้น ชื่อเรื่องควรสั้น กระชับ และสื่อสารวัตถุประสงค์หลักได้อย่างชัดเจน

          2.1.1 ชื่อวิทยาศาสตร์ ใช้ตัวเอน (Italic) และการพิมพ์ภาษาละติน เช่น in vivo, in vitro, Ad libitum, หรือ
et al. ให้ใช้ตัวเอนด้วยเช่นกัน

          2.1.2 ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ ให้ขึ้นต้นคำด้วยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ทุกคำ ยกเว้นคำบุพบท

     2.2 ชื่อผู้เขียน (Authors) ให้ระบุชื่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษสำหรับต้นฉบับภาษาไทย ส่วนต้นฉบับภาษาอังกฤษให้ใช้เฉพาะชื่อผู้เขียนภาษาอังกฤษเท่านั้น

          2.2.1 ที่อยู่ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ให้ใส่เป็นเชิงอรรถที่ท้ายชื่อหากมีผู้แต่งมาจากหลายที่ โดยอธิบายเชิงอรรถไว้ในหน้าแรกของบทความ

          2.2.2 ที่อยู่ควรเป็นที่อยู่สำหรับการติดต่อทางไปรษณีย์ พร้อมระบุ รหัสไปรษณีย์ ให้ครบถ้วน

          2.2.3 ใส่เครื่องหมายดอกจัน (*) หลังชื่อคนที่รับผิดชอบบทความ (Corresponding author) และระบุอีเมลสำหรับการติดต่อไว้อย่างชัดเจน

     2.3 บทคัดย่อ (Abstract) ควรมีความสั้น กระชับ และครอบคลุมสาระสำคัญของงานวิจัย ได้แก่ วัตถุประสงค์ วิธีการ
ผลการศึกษา และข้อสรุป สำหรับต้นฉบับภาษาไทย ให้จัดทำบทคัดย่อทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
ส่วนต้นฉบับภาษาอังกฤษให้จัดทำเฉพาะบทคัดย่อภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยมีความยาว ไม่ควรเกิน 300 คำ

     2.4 คำสำคัญ (Keywords) ให้ระบุคำสำคัญ ไม่เกิน 4 คำ ท้ายบทคัดย่อแต่ละภาษา โดยจัดวางในตำแหน่งชิดขอบด้านซ้ายของหน้ากระดาษ (สำหรับบทความประมวลความรู้เชิงวิเคราะห์ หรือ บทความปริทัศน์ ไม่จำเป็นต้องมีบทคัดย่อ)

     2.5 คำนำ (Introduction) ควรอธิบายเหตุผล หรือความสำคัญของการทำวิจัย อาจรวมการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้องและวัตถุประสงค์ของการศึกษาไว้ในส่วนนี้ได้

     2.6 อุปกรณ์และวิธีการ (Materials and Methods) ให้ระบุรายละเอียดของวัสดุ อุปกรณ์ วิธีการทดลอง และแบบจำลองการศึกษาต่าง ๆ อย่างชัดเจน ครบถ้วน และเข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้อ่านสามารถทำซ้ำงานวิจัยได้

     2.7 ผลการวิจัยและวิจารณ์ (Results and Discussion) ให้เสนอผลการทดลองอย่างเป็นระบบ พร้อมนำเสนอข้อมูลในรูปแบบ ตาราง (Table) หรือ ภาพประกอบ (Figure)

          2.7.1 ตารางและภาพประกอบทั้งหมดให้จัดทำเป็น ภาษาอังกฤษ และแทรกอยู่ภายในเนื้อหาของบทความ

          2.7.2 คำอธิบายตาราง (Table title) ให้จัดวางไว้เหนือตาราง ส่วนคำอธิบายภาพ (Figure caption) ให้จัดวางไว้ใต้ภาพ

          2.7.3 หน่วยที่ใช้ในตารางให้ใช้รูปแบบตัวย่อและเป็นไปตามระบบเมตริก (Metric system) ส่วนหน่วยที่ใช้ในเนื้อหาบทความ ให้ใช้ระบบเมตริกที่เขียนเป็นคำเต็มภาษาไทยสำหรับต้นฉบับภาษาไทย และใช้รูปแบบตัวย่อภาษาอังกฤษตามระบบเมตริกสำหรับต้นฉบับภาษาอังกฤษ

     2.8 สรุปผลการวิจัย (Conclusion) ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผลที่ได้สอดคล้องหรือแตกต่างจากวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้เพียงใด และสะท้อนสาระสำคัญของการศึกษา

     2.9 กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgements) ส่วนนี้อาจมีหรือไม่มีก็ได้ ใช้สำหรับแสดงความขอบคุณต่อผู้ที่มีส่วนสนับสนุนการดำเนินงานวิจัย เช่น แหล่งทุน บุคคล หรือหน่วยงานที่ช่วยเหลือ แต่ไม่ได้มีรายชื่อเป็นผู้ร่วมวิจัย
ในบทความ

     2.10 เอกสารอ้างอิง (References) ให้จัดทำรายการเอกสารอ้างอิงและการอ้างอิงในเนื้อหา (In-text Citation)
เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด โดยต้องเป็นไปตามรูปแบบที่วารสารผลิตกรรมการเกษตรกำหนดไว้เท่านั้น

3. ตัวอย่างรูปแบบและแบบฟอร์มต่าง ๆ

สำหรับตัวอย่างรูปแบบการเขียนเอกสารอ้างอิง รวมถึงแบบฟอร์มต่าง ๆ สามารถดาวโหลดได้ที่เว็บไซต์ของวารสาร  https://li01.tci-thaijo.org/index.php/japmju/download

รูปแบบการเขียนเอกสารอ้างอิง (Reference style)

1. การอ้างอิงในเนื้อหา (in-text citation) ระบบที่ใช้อ้างอิงคือ ระบบนามสกุล และปี (Surname-and-year System)
โดยระบุ นามสกุลผู้แต่ง และปีที่ตีพิมพ์ ไว้ภายในวงเล็บในตำแหน่งที่เหมาะสมภายในเนื้อหาของบทความ เช่น

  • ผู้แต่งคนเดียว ใช้รูปแบบ Yong (1996) หรือ .... (Yong, 1996)
  • ผู้แต่งสองคน ใช้คำเชื่อม เช่น Young and Smith (2000) หรือ .... (Young and Smith, 2000)
  • ผู้แต่งมากกว่า 2 คนขึ้นไปใช้ Young et al. (2005) หรือ ..... (Young et al., 2005)

ในส่วนรายการเอกสารอ้างอิงท้ายบทความ ให้ใช้ชื่อผู้เขียนเต็มทุกคน

2. การทำรายการเอกสารอ้างอิง (Reference list) ให้จัดทำเป็นรายการภาษาอังกฤษทั้งหมด หากรายการอ้างอิง
เป็นภาษาไทย ให้แปลเป็นภาษาอังกฤษโดยรักษาความหมายให้ชัดเจน พร้อมระบุคำว่า [in Thai] ไว้ในวงเล็บท้ายรายการ

  • บรรทัดที่สองเป็นต้นไปของแต่ละรายการในรายการเอกสารอ้างอิงต้องจัดเป็นรูปแบบ ย่อบรรทัด (Hanging Indent) โดยใช้ฟังก์ชัน Ruler ในโปรแกรม Microsoft Word เท่านั้น
  • การเรียงลำดับเอกสารอ้างอิงให้จัดเรียงตามลำดับตัวอักษรของนามสกุลผู้แต่งคนแรก และให้ปฏิบัติตามรูปแบบการเขียนที่วารสารกำหนด ดังนี้

     2.1 วารสาร (Academic Journal)

Antle, J. M. 1983. Testing the stochastic structure of production: A flexible moment-based approach. Journal of Business & Economic Statistics 1(3): 192-201. Available: https://doi.org/10.1080/
07350015.1983.10509339.

Kositsakulchai, E., S. Yodjaroen and Y. Phankamolsil. 2018. Assessment of the impact of land use change on runoff in Lam Phachi basin using satellite data and SWAT model. Journal of Science and Technology 7(3): 1-16. [in Thai]

Shternshi, M., O. Tomilova, T. Shpatova and K. Soytong. 2005. Evaluation of ketomium-mycofungicide on siberian isolates of phytopathogenic Fungi. Journal of Agricultural Technology 1(2): 247-253.

Soyyana, A., Y. Chaovanapoonphol and K. Saeliw. 2022. Farmer's adoption of drone technology for spraying chemicals in Sankamphaeng district, Chiang Mai province. Khon Kaen Agriculture Journal Supplement 50(1): 385-391. [in Thai]

     2.2 หนังสือ หรือตำรา (Books/ Textbook) ไม่ต้องระบุจำนวนหน้า

Chantawankun, P. 2018. Manual of beekeeping. Chotana Print, Chiang Mai. [in Thai]

Steel, R.G.D., J.H. Torrie and D.A. Dickie. 1997. Principal and procedures of a statistic a biometric approach. 3rd Edition. McGraw-Hill Publishing Company, Toronto.

     2.3 เรื่องย่อยในหนังสือหรือตำราที่มีผู้เขียนแยกบทและมีบรรณาธิการ (Section in Books with Editors)

Kubo, T. 2003. Molecular analysis of the honey bee socially. pp. 3-20. In: T. Kikuchi, N. Azuma and
S. Higashi (eds.). Gene, behaviors and evolution of social insects. Hokkaido University Press, Sapporo.

Ongprasert, S. 2000. Giving longan water. pp. 44-49. In:  N, Charasamrit, P. Manochai, N. Topunyanon, T. Chantrachit, W. Wiriya-alongkorn, P. Somboonwong (eds.). Longan production. Sirinat Phim, Chiang Mai. [in Thai]

     2.4 วิทยานิพนธ์ (Thesis)

Boonmawat, K. 2024. Development of maize double haploid lines for drought tolerance. Ph.D. Dissertation
in Agronomy, Faculty of Agricultural Production, Maejo University.

Chantrachit, T. 1994. Anaerobic conditions and off-flavor development in ripening banana (Carvendishii spp.). Master's Thesis in Horticulture, Oregon State University.

Sayan, M. 2011. Process of participatory management for sustainable highland groundwater resources:
A case study of royal project development center, Nonghoi, Maerim district Chiang Mai province. Master's Thesis in Geosocial Based Sustainable Development, Faculty of Agricultural Production, Maejo University. [in Thai]

     2.5 ประชุมวิชาการ (Proceeding/ Conference)

Nitichai, C., S. Thinkamphaeng and D. Marod. 2022. The dynamics of dry evergreen forest restoration by Acacia auriculiformis planting at Sakaerat environmental research station, Nakhon Ratchasima province. In Proceedings of Thai Forest Ecological Research Network Conference, T-FERN 11, January 20-21, 2022, Faculty of Forestry, Bangkok, Thailand pp.119-126. [in Thai]

Yamagishi, Y., H. Mitamura, N. Arai, Y. Mitsunaga, Y. Kawabata, M. Khachapicha and T. Viputhamumas. 2005. Feeding habits of hatchery-reared young Mekong giant catfish in fish pond and Mae Peum reservoir. Proceeding of the 2nd International Symposium on SEASTAR 2000 and Asian
Bio-Logging Science, Kyoto. pp. 17-22.

     2.6 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic sources) ต้องระบุวันที่เข้าถึงในวงเล็บด้านท้าย และลิงก์ที่ใช้อ้างอิงต้องเป็นลิงก์ที่สามารถเปิดเข้าถึงได้จริงเท่านั้น

Mueanmart, A. 2024. AgriTech of the future: “Automated farm” that don’t need people are on the rise. Available: https://www.salika.co/2023//05/agritech-autonomous-farming-rising (May 30, 2024). [in Thai]

Nakhon Nayok Provincial Agriculture and Cooperative Office. 2019. Nakhon Nayok marian plum production planning. Available: https://www.opsmoac.go.th/nakhonnayok-dwl-files-412791791913 (March 23, 2021). [in Thai]

     2.7 รายงานประจำปี (Annual report)

Khush, G. S. 1989. Multiple disease and insect resistance for increased yield stability in rice. pp. 79-92. In Progress in irrigated rice research. Manila: International Rice Research Institute.

Parnpeachra, S. 2015. Indigenous knowledge of organic agriculture in Chachoengsao province. 72 p. In Research reports. Bangkok: Dhurakij Pundit University. [in Thai]

     2.8 สื่อการสอน (Teaching material)

Promma, S. 2007. Animal feed ingredients and restrictions of use [Teaching material]. Chiang Mai Rajabhat University, Chiang Mai. [in Thai]

     2.9 รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ (Complete research report)

Apichatoonochai, R., and P. Suwanwisolkit. 2011. Factors affecting Arabica coffee farm management according to technical principles of farmers under the extension program of the Royal Project Foundation [Complete research report No. 3030-3880]. Chiang Mai. [in Thai]

 

การชำระเงิน

 เมื่อได้รับการแจ้งจากวารสาร ให้ผู้แต่งโอนเงินเข้า ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 375-3-25657-9 ชื่อบัญชี คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมแนบ แบบแจ้งการโอนเงิน (วผก. 05) และหลักฐานการโอนเงิน (Slip) มายังอีเมล jap@mju.ac.th

 

การส่งบทความ (Manuscript submission)

ผู้แต่งสามารถส่งบทความได้ผ่านระบบ ThaiJo ของวารสารผลิตกรรมการเกษตรที่ลิงก์ต่อไปนี้

https://li01.tci-thaijo.org/index.php/japmju

เบอร์โทรติดต่อ                 +66 5387 3618

ที่อยู่สำหรับติดต่อวารสาร      สำนักงานวารสารผลิตกรรมการเกษตร อาคารรัตนโกสินทร์ 200 ปี

                                 คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้

                                 63  หมู่ 4  ตำบลหนองหาร  อำเภอสันทราย  จังหวัดเชียงใหม่  50290

หมายเหตุ ผู้แต่งต้องแนบ ใบลงทะเบียนนำส่งบทความ (แบบฟอร์ม วผก.1/mJAP1) ที่กรอกข้อมูลครบถ้วนมาพร้อมกับต้นฉบับทุกครั้ง

 

การตรวจแก้ไขและการยอมรับการตีพิมพ์

  1. การติดต่อผู้เขียนจะดำเนินการผ่านอีเมลตามที่ระบุโดย corresponding author เป็นหลัก หากมีกรณีเร่งด่วน
    กองบรรณาธิการอาจติดต่อผ่านหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุไว้เพิ่มเติม
  2. บทความที่จะได้รับการพิจารณาตีพิมพ์ ต้องผ่านการประเมินคุณภาพทางวิชาการจากผู้ทรงคุณวุฒิ อย่างน้อย 3 ท่าน ก่อน โดยกองบรรณาธิการจะส่งผลการพิจารณา ทั้งการตอบรับหรือปฏิเสธบทความ ภายใน 120 วัน นับจากวันที่รับต้นฉบับเข้าสู่ระบบลงทะเบียน
  3. กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขต้นฉบับทุกเรื่องตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบ และมาตรฐานของวารสาร ในกรณีที่จำเป็นกองบรรณาธิการจะติดต่อผู้เขียนเพื่อขอความเห็นชอบก่อนการตีพิมพ์

Flowchart ขั้นตอนการพิจารณาบทความของวารสารผลิตกรรมการเกษตร