The Problem of Wheelchair Users in Nakhon Si Thammarat Province การศึกษาสภาพปัญหาของผู้ใช้วีลแชร์ในจังหวัดนครศรีธรรมราช
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาของผู้ใช้วีลแชร์ในจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมทั้งศึกษาตัวแปรที่มีความสัมพันธ์ต่อการเลือกวิธีเดินทางของผู้ใช้วีลแชร์รวมถึงหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยการใช้แบบสอบถามคนพิการที่ใช้วีลแชร์ จำนวน 400 คน ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เก็บข้อมูลผู้ที่ใช้วีลแชร์ในชีวิตประจำวันที่สามารถเข็นวีลแชร์ด้วยตนเองได้ในทุกสภาพพื้นที่ พบว่าส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จำนวน 299 คน คิดเป็นร้อยละ 74.80 เป็นเพศหญิง จำนวน 101 คน คิดเป็นร้อยละ 25.20 ผู้ใช้วีลแชร์นั่งบนวีลแชร์ เฉลี่ย 11 ชั่วโมงต่อวัน และมีน้ำหนักรวมของผู้ใช้และวีลแชร์เฉลี่ย 56.40 กิโลกรัม การแก้ปัญหาเบาะรองนั่งเป็นแบบผู้ใช้วีลแชร์ระยะยาวจะต้องพอดีและสนับสนุนการทรงตัวที่ดีและการลดแรงดันช่วงความกว้างและความลึกของที่นั่งตามมาตรฐานที่กำหนดให้มีความกว้างและความยาวตั้งแต่ 16 นิ้ว และความหนาของเบาะตั้งแต่ 3 นิ้วขึ้นไป การแก้ปัญหากระบวนการขับเคลื่อนวีลแชร์ในพื้นผิวขรุขระ ควรมีการแก้ปัญหาด้วยเทคนิคการทดแรงขับเคลื่อนวีลแชร์ (reducing the force) โดยการประยุกต์ชุดเฟืองแพลนเนตตารี่ในการทดแรงของล้อวีลแชร์ โดยชุดเฟืองแพลนเนตตารี่ เป็นเฟืองที่ใช้ในขนาดที่มีพื้นที่จำกัดและช่วยทดแรงได้ด้วยการขับเฟืองที่อยู่ภายในพื้นที่ที่จำกัด
Article Details
บทความทุกบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชชา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ผู้เขียนยังคงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของผลงาน โดยบทความจะได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution–NonCommercial–NoDerivatives License (CC BY-NC-ND 4.0) (https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/) ภายใต้สัญญาอนุญาตดังกล่าว ผู้อ่านสามารถอ่าน ดาวน์โหลด และเผยแพร่บทความได้โดยเสรีเพื่อประโยชน์ทางวิชาการและไม่ใช่เชิงพาณิชย์ โดยต้องมีการอ้างอิงแหล่งที่มาของบทความอย่างถูกต้อง และไม่ดัดแปลงหรือแก้ไขเนื้อหาของบทความที่เผยแพร่ เนื้อหาที่ปรากฏในบทความ เช่น ข้อความ ตาราง รูปภาพ สมการ หรือภาพประกอบอื่น ๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความแต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ ความคิดเห็นหรือข้อสรุปที่ปรากฏในบทความไม่จำเป็นต้องสะท้อนถึงความคิดเห็นของกองบรรณาธิการหรือหน่วยงานผู้จัดพิมพ์วารสาร
เอกสารอ้างอิง
กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ. (2562). รายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านคนพิการในประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 20 เมษายน 2562, จาก: http://www.dep.go.th/20uploads/-4700c4a5-791d-47c1-b8be-25e55a3559ddสถานการณ์คนพิการ%20มีค.62.pdf.
จันทกานติ์ ฉายะพงศ์. (2556). ชีวิตอิสระ: การเดินทางของผู้พิการทางการเคลื่อนไหวที่สามารถไปได้ด้วยตนเองในเขตกรุงเทพมหานครกรณีศึกษา คนพิการที่ขับรถยนต์ส่วนบุคคล. วารสารวิทยาบริการ, 24(4). 51-64.
ฐิติวัจน์ ทองแก้ว. (2560). ทัศนคติต่อคนพิการ: ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันหรือขวางกั้น การสร้างความเท่าเทียม. วารสารราชภัฏเพชรบูรณ์สาร, 19(2), 19-36.
วิชัย จันทร์บุญ และมณีมัย ทองอยู่. (2559). กระบวนการต่อสู้ต่อความเชื่อทางสังคมของคนพิการ. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ขอนแก่น.
วุฒิ สุขเจริญ. (2562). วิจัยการตลาด. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช. (2562). คนพิการสากล. สืบค้นเมื่อ 15 กุมภาพันธ์2562, จาก: http://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG181225181436758.
Armstrong, G. and Kotler, P. (2011). Marketing, an introduction. (9th ed). New Jersey: Pearson Prentice Hall.
Loomba, N.P. (1978). Management, a quantitative perspective. New York: Macmillan.