จริยธรรมในการตีพิมพ์เผยแพร่

           วารสารวิชชา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานวารสารตามหลักจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ เพื่อรักษามาตรฐาน ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือของผลงานวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสาร โดยวารสารยึดถือแนวปฏิบัติตามมาตรฐานสากลของ คณะกรรมการจริยธรรมการตีพิมพ์ (Committee on Publication Ethics: COPE) รวมทั้งแนวทางการประเมินด้านจริยธรรมและจรรยาบรรณวารสารวิชาการของ ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai Journal Citation Index: TCI)
           วารสารคาดหวังให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการตีพิมพ์ทุกฝ่าย ได้แก่ บรรณาธิการ ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความ และผู้เขียนบทความ ปฏิบัติตามหลักจริยธรรมทางวิชาการอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการประพฤติมิชอบทางการวิจัย เช่น การคัดลอกผลงาน (Plagiarism) การบิดเบือนหรือปลอมแปลงข้อมูลวิจัย (Fabrication and Falsification) และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest)
           วารสารสนับสนุนการดำเนินการวิจัยอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งกำหนดแนวทางจริยธรรมในการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยสำหรับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อให้กระบวนการตีพิมพ์บทความเป็นไปตามมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการ
           แนวปฏิบัติด้านจริยธรรมการตีพิมพ์เผยแพร่ของวารสารวิชชา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ประกอบด้วย จริยธรรมของบรรณาธิการ (Duties of Editors) จริยธรรมของผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความ (Duties of Reviewers) จริยธรรมของผู้เขียนบทความ (Duties of Authors) รายละเอียดของแนวปฏิบัติมีดังต่อไปนี้


Human Icon #35223 - Free Icons Library จริยธรรมของบรรณาธิการและกองบรรณาธิการ

           บรรณาธิการและกองบรรณาธิการของวารสารวิชชา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มีหน้าที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลกระบวนการพิจารณาและตีพิมพ์บทความให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการและจริยธรรมการตีพิมพ์ โดยมีแนวปฏิบัติดังต่อไปนี้

           1. การพิจารณาบทความอย่างเป็นธรรม: บรรณาธิการต้องพิจารณาบทความโดยยึดหลักคุณค่าทางวิชาการ ความถูกต้อง ความชัดเจน และความสอดคล้องกับขอบเขตของวารสาร โดยปราศจากอคติหรือการเลือกปฏิบัติ ไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ เพศ ศาสนา สัญชาติ หรือแนวคิดทางการเมืองของผู้เขียน
           2. การคัดกรองบทความเบื้องต้น: บรรณาธิการต้องตรวจสอบรูปแบบ ความครบถ้วน และคุณภาพของบทความก่อนเข้าสู่กระบวนการประเมิน รวมทั้งตรวจสอบว่าบทความไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาในวารสารอื่น
           3. การจัดให้มีการประเมินบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิ: บรรณาธิการต้องคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง และไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับผู้เขียน เพื่อดำเนินการประเมินบทความตามกระบวนการ Double-Blind Peer Review
           3. การรักษาความลับของข้อมูล: บรรณาธิการและกองบรรณาธิการต้องรักษาความลับของบทความและข้อมูลของผู้เขียน ผู้ประเมิน และกระบวนการพิจารณาบทความ โดยไม่เปิดเผยแก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง
           4. การตัดสินใจตีพิมพ์บทความ: การตัดสินใจรับหรือปฏิเสธบทความต้องพิจารณาจากผลการประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิ ความสำคัญทางวิชาการ ความถูกต้อง และความสอดคล้องกับนโยบายของวารสาร
           5. การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน: บรรณาธิการต้องหลีกเลี่ยงการพิจารณาบทความที่ตนมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้เขียน ผู้ประเมิน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
           6. การตรวจสอบการคัดลอกผลงาน: บรรณาธิการต้องตรวจสอบการคัดลอกผลงานทางวิชาการ (Plagiarism) และความซ้ำซ้อนของบทความโดยใช้โปรแกรมที่เป็นมาตรฐาน หากพบการกระทำที่ไม่ถูกต้องทางจริยธรรม ต้องหยุดกระบวนการพิจารณาและดำเนินการตามนโยบายของวารสาร
           7. การรักษาความถูกต้องของผลงานที่เผยแพร่: หากพบข้อผิดพลาดหรือการละเมิดจริยธรรมหลังการตีพิมพ์ บรรณาธิการต้องดำเนินการแก้ไขบทความ หรือถอนบทความ (Retraction) ตามหลักจริยธรรมการตีพิมพ์
           8. ความโปร่งใสและความรับผิดชอบ: บรรณาธิการต้องกำกับดูแลกระบวนการตีพิมพ์ทั้งหมดให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ รวมทั้งรักษามาตรฐานคุณภาพของวารสารตามหลักจริยธรรมทางวิชาการ

 

Human Icon #35223 - Free Icons Library จริยธรรมของผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความ         

           ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความของวารสารวิชชา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มีบทบาทสำคัญในการประเมินคุณภาพบทความและสนับสนุนการตัดสินใจของบรรณาธิการ เพื่อให้บทความที่เผยแพร่มีคุณภาพทางวิชาการ โดยมีแนวปฏิบัติดังต่อไปนี้

           1. การรักษาความลับของข้อมูล: ผู้ทรงคุณวุฒิต้องรักษาความลับของบทความและข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในระหว่างกระบวนการประเมิน และไม่เปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง
           2. การไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน: ผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับผู้เขียน เช่น ความสัมพันธ์ทางวิชาการ การร่วมทำวิจัย หรือความสัมพันธ์ส่วนตัว หากพบว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนต้องแจ้งบรรณาธิการและปฏิเสธการประเมินบทความ
           3. การประเมินบทความอย่างเป็นกลางและตามหลักวิชาการ: ผู้ทรงคุณวุฒิต้องประเมินบทความโดยพิจารณาจากคุณภาพทางวิชาการ ความถูกต้องของระเบียบวิธีวิจัย ความชัดเจนของเนื้อหา ความใหม่ขององค์ความรู้ และความสอดคล้องกับขอบเขตของวารสาร โดยปราศจากอคติหรือความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่มีหลักฐานทางวิชาการ
           4. การให้ข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์: ผู้ทรงคุณวุฒิควรให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เขียนเพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพของบทความ รวมถึงเสนอแนะงานวิจัยหรือเอกสารอ้างอิงที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหากจำเป็น
           5. การตรวจสอบการคัดลอกผลงาน: หากผู้ทรงคุณวุฒิพบว่าบทความมีความคล้ายคลึงหรือซ้ำซ้อนกับผลงานที่เผยแพร่แล้ว หรือมีการคัดลอกผลงานของผู้อื่น ต้องแจ้งให้บรรณาธิการทราบทันทีพร้อมหลักฐานประกอบ
           6. การไม่ใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตน: ผู้ทรงคุณวุฒิไม่ควรนำข้อมูล แนวคิด หรือเนื้อหาในบทความที่อยู่ระหว่างการพิจารณาไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือในการวิจัยของตนเอง
           7. การประเมินบทความตามระยะเวลาที่กำหนด: ผู้ทรงคุณวุฒิควรดำเนินการประเมินบทความและส่งผลการประเมินภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่สามารถดำเนินการได้ควรแจ้งบรรณาธิการโดยเร็ว
           8. การแจ้งบรรณาธิการเมื่อพบความผิดปกติทางจริยธรรม: หากพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการประพฤติมิชอบทางการวิจัย เช่น การปลอมแปลงข้อมูล การคัดลอกผลงาน หรือการส่งบทความซ้ำ ผู้ทรงคุณวุฒิต้องแจ้งให้บรรณาธิการทราบทันที

 

Human Icon #35223 - Free Icons Library จริยธรรมของผู้เขียนบทความ   

           ผู้เขียนบทความที่ส่งตีพิมพ์ในวารสารวิชชา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ต้องปฏิบัติตามหลักจริยธรรมทางวิชาการและมาตรฐานการตีพิมพ์เผยแพร่ โดยมีแนวปฏิบัติดังต่อไปนี้

           1. ความเป็นต้นฉบับของผลงาน: บทความที่ส่งต้องเป็นผลงานต้นฉบับที่ไม่เคยตีพิมพ์มาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารหรือการประชุมวิชาการอื่น
           2. การหลีกเลี่ยงการคัดลอกผลงาน: ผู้เขียนต้องไม่คัดลอกผลงานของผู้อื่นหรือของตนเอง (Plagiarism/ Self-Plagiarism) และต้องอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล แนวคิด หรือผลงานวิจัยของผู้อื่นอย่างถูกต้อง
           3. ความถูกต้องของข้อมูลวิจัย: ผู้เขียนต้องรายงานผลการวิจัยอย่างถูกต้อง โปร่งใส และไม่บิดเบือนหรือปลอมแปลงข้อมูล รวมถึงต้องสามารถให้ข้อมูลดิบหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องได้เมื่อได้รับการร้องขอ
           4. การระบุผู้เขียนบทความอย่างเหมาะสม: ผู้ที่มีชื่อเป็นผู้เขียนต้องมีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญในการดำเนินการวิจัยหรือการจัดทำบทความ และผู้เขียนทุกคนต้องเห็นชอบต่อบทความฉบับสุดท้ายก่อนการส่งตีพิมพ์
           5. การเปิดเผยแหล่งทุนและผลประโยชน์ทับซ้อน: ผู้เขียนต้องเปิดเผยแหล่งทุนสนับสนุนการวิจัยและระบุความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) ที่อาจมีผลต่อการตีความหรือการนำเสนอผลงาน
           6. การปฏิบัติตามรูปแบบและกระบวนการของวารสาร: ผู้เขียนต้องจัดเตรียมบทความตามรูปแบบที่กำหนดในคำแนะนำสำหรับผู้เขียน และปฏิบัติตามขั้นตอนการพิจารณาบทความของวารสารอย่างเคร่งครัด
           7. การเปิดเผยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI): หากมีการใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการจัดทำบทความ ผู้เขียนต้องเปิดเผยการใช้งานดังกล่าวอย่างชัดเจนในต้นฉบับ และผู้เขียนยังคงต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องและความเป็นต้นฉบับของเนื้อหา
           8. จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์หรือสัตว์ทดลอง: งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์หรือสัตว์ทดลองต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยที่เกี่ยวข้อง และต้องระบุข้อมูลดังกล่าวในบทความ
           9. ความรับผิดชอบต่อข้อผิดพลาดหลังการตีพิมพ์: หากผู้เขียนพบข้อผิดพลาดที่สำคัญในบทความที่ตีพิมพ์แล้ว ต้องแจ้งบรรณาธิการทันที และร่วมมือในการแก้ไขหรือถอนบทความตามความเหมาะสม
           10. การเคารพกระบวนการประเมินบทความ: ผู้เขียนต้องตอบข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิอย่างสุภาพและมีเหตุผล พร้อมปรับปรุงบทความตามข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาคุณภาพของผลงาน