การศึกษาขนาดอนุภาคของลำต้นมันสำหลังมีผลต่อการผลิตเชื้อเพลิงอัดเม็ด

Main Article Content

กันตภณ เปรมประยูร
ชนินทร์ อุปถัมภ์
สิงห์รัญ ชารี
คุณนิธิ ด้วงผึ้ง
สุรเชษฐ์ บํารุงคีรี

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาขนาดลำต้นมันสำปะหลังที่ผ่านเครื่องสับย่อยด้วยรูตะแกรงคัดขนาด 3 4 5 และ 6 mm พร้อมศึกษาคุณสมบัติหลังการสับและการอัดเม็ด ซึ่งผลการศึกษา มีดังนี้


         การทดสอบเครื่องสับย่อยลำต้นมันสำปะหลังพบว่า ความสามารถ และเปอร์เซ็นต์การสับย่อยมากสุด 43.85 kg.h-¹ และ 64.79 % ตามลำดับ ที่ตะแกรงคัดขนาด 6 mm หลังการสับย่อยได้ผล ความหนาแน่นรวมมากสุด 139.28 ที่ขนาดตะแกรง 3 mm และผลมุมกองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามรูตะแกรงคัดขนาดซึ่งมากสุด 50.7 ᵒ ที่ตะแกรงคัดขนาด 6 mm ขนาดเฉลี่ยของอนุภาค และค่าโมดูลัสความละเอียดมากสุด 2.45 mm และ 4.65 mm ตามลำดับ การทดสอบเครื่องอัดเม็ดชีวมวลพบว่า ความสามารถการอัดมากสุด 61.49 kg.h-¹ ที่อนุภาคผ่านรูตะแกรงขนาด 5 mm และเปอร์เซ็นต์การขึ้นรูปมากสุด 98.05 % ที่ตะแกรงคัดขนาด 4 mm หลังการอัดเม็ดได้ศึกษาผลมุมกองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามรูตะแกรงคัดขนาด ซึ่งมากสุด 29.21ᵒ ที่ตะแกรงคัดขนาด 6 mm ผลการศึกษาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางและความยาวของเชื้อเพลิงอัดเม็ดที่ขนาดเท่ากัน พบว่า น้ำหนักเม็ดเชื้อเพลิงมากสุด 0.96 g ที่ตะแกรงคัดขนาด 4 mm ผลความหนาแน่นจริงเชื้อเพลิงมากสุด 1,323.76 ที่ตะแกรงคัดขนาด 6 mm และการศึกษาความหนาแน่นรวม มากสุด 689.87 kg m³  และความคงทนที่ผ่านมาตรฐานคือตะแกรงคัดขนาด 3 และ 4 mm เท่ากับ 98.39 และ 98.25 % ตามลำดับ


 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เปรมประยูร ก. ., อุปถัมภ์ ช., ชารี ส. ., ด้วงผึ้ง ค. ., & บํารุงคีรี ส. (2025). การศึกษาขนาดอนุภาคของลำต้นมันสำหลังมีผลต่อการผลิตเชื้อเพลิงอัดเม็ด. วารสารสมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย, 31(1), 43–52. สืบค้น จาก https://li01.tci-thaijo.org/index.php/TSAEJ/article/view/255398
ประเภทบทความ
Power and machinery

เอกสารอ้างอิง

- กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน.2563. www.dede.go.th เข้าถึงได้ จาก: 5 มิถุนายน 2564

- กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน. 2554. คู่มือการพัฒนาและการลงทุนผลิต พลังงานทดแทนชุดที่ 4 พลังงานชีวมวล www.dede.go.th เข้าถึงได้จาก 21 เมษายน 2564

- กระทรวงอุตสาหกรรม. 2562. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เชื้อเพลิงชีวมวลแข็งอัดเม็ดhttps://www.tisi.go.th เข้าถึงได้จาก 5 ตุลาคม 2564.

มูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม. 2557. โครงการศึกษาวิเคราะห์การใช้พลังงานทดแทนในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจการค้า เข้าถึงได้จาก: URL: http://e-lib.dede. go.th/mm-data/Bib15424FinalReport.pdf. (4 ตุลาคม 2564).

- สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. 2563. มันสำปะหลังโรงงาน. แหล่งข้อมูล https://www.oae.go.th เข้าถึงได้ (2 เมษายน 2564).

- สำนักวิจัยค้นคว้าพลังงานกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน. 2555. โครงการศึกษากำหนดมาตรฐานของ Biomass Pellet เพื่อพัฒนาเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลสำหรับอนาคต.แหล่งข้อมูล URL: http://e-lib.dede.go.th/mm-data/Bib15106_รายงานฉบับสุดท้าย.pdf.เข้าถึงได้จาก: 20 เมษายน 2564.

- ASAE Standards, 52 nd Ed. 2006 s 358, 2 1:1 measurement forages.st joseph,MI: AABE

- Colley, Z., Fasina, O.O., Bransby, D., Lee, Y.Y., 2006. Moisture effect on the physicalcharacteristics of switchgrass pellets. T ASAE 49, 1845–1851.

- Baryeh E. A., “Physical properties of millet,” Journal of Food Engineering, vol. 51, no. 1. pp. 39–46, 2002,

- Lam P. S. and Sokhansanj S., “Engineering properties of biomass. In : Shastri Y., Hensen A., Rodriguez L. and Ting K.(eds),” Engineering and science of biomass feedstock production and provistion. 2014,

- Lubwama M., Yiga V. A., Muhairwe F., and Kihedu J., “Physical and combustion properties of agricultural residue bio-char bio-composite briquettes as sustainable domestic energy sources,” Renewable Energy, vol. 148. pp. 1002–1016, 2020

- Noorfidza Y Haruna and Muhammad T Afzalb.2016 Effect of “Particle Size on Mechanical Properties of Pellets Made from Biomass Blends”.Procedia Engineering 148 93 – 99

- Whittaker, C. and Shield, I.2017 Factors affecting wood, energy grass and straw pellet durability-A review. Renewable and Sustainable Energy Reviews, 71, 1-11.

- Tabil, L., Sokhansanj, S., 1996. Process conditions affecting the physical quality of alfalfa pellets. Appl. Eng. Agric. 12 (3), 345–350.