การพัฒนาและปัจจัยที่มีผลต่อการละลายเนื้อไก่แช่แข็งด้วยวิธีเทอร์โมอะคูสติก
Main Article Content
Abstract
งานวิจัยนี้มีจุดมุํงหมายเพื่อศึกษาวิธีการละลายเนื้อไกํแชํแข็งที่แตกตํางกันจ านวน 3 วิธี ได๎แกํ การละลายแบบการพาโดยธรรมชาติการละลายโดยการแชํน้ า และการละลายโดยการแชํน้ ารํวมกับคลื่นอะคูสติกหรือวิธีเทอร์โมอะคูสติก ผลการศึกษาพบวํา อัตราการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเฉลี่ยในระหวํางการแชํแข็งเนื้อไกํ ที่อุณหภูมิเริ่มต๎น 10°C ลดลงจนเหลือ -22°Cใช๎เวลาประมาณ 492 minutes หรือคิดเป็นอัตราการแชํแข็งที่ประมาณ 0.0650° minute-1และเนื้อไกํมีจุดเยือกแข็งประมาณ -0.18°C เวลาที่โมเลกุลของน้ำในโครงสร้างเปลี่ยนเป็นผลึกน้ำแข็งทั้งหมด ใช้เวลาประมาณ 250 minutes อัตราการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในระหวํางการละลายและเวลาในการละลายที่อุณหภูมิเริ่มต๎น -22°C จนอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 10°C โดยวิธีเทอร์โมอะคูสติกเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการละลายที่ดีที่สุด มีอัตราการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในระหว่างการละลายที่เร็วกว่าวิธีการละลายแบบอื่น และปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมดที่อยู่รอดในระหว่างการละลายน้อยที่สุด ซึ่งมีคําเทํากับ 2.1772°C minute-1, 7.05 minutes และ 0.02 x 105 cfu g-1ตามลำดับ การหารูปแบบสมการความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของเนื้อไกํแชํแข็งด้วยวิธีเทอร์โมอะคูสติกด้วยเทคนิคการหาพื้นผิวผลตอบสนองแบบสามมิติเพื่อหารูปแบบความสัมพันธ์ของอัตราการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ อัตราการสูญเสียน้ำหนักในระหว่างการละลาย ปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมดที่อยู่รอดในระหว่างการละลายปริมาณความร้อนที่ใช้ในการละลายซึ่งเป็นฟังก์ชันของอุณหภูมิ (°C) และระดับความถี่ (Hz)ซึ่งจะเป็นรูปแบบสมการที่เหมาะสมและสามารถทำนายได้แม่นยำ
Article Details
How to Cite
Assawarachan, R. (2016). การพัฒนาและปัจจัยที่มีผลต่อการละลายเนื้อไก่แช่แข็งด้วยวิธีเทอร์โมอะคูสติก. Thai Society of Agricultural Engineering Journal, 20(1). retrieved from https://li01.tci-thaijo.org/index.php/TSAEJ/article/view/64385
Issue
Section
Post-harvest and food engineering
Articles in this journal are copyrighted by the x
may be read and used for academic purposes, such as teaching, research, or citation, with proper credit given to the author and the journal.
use or modification of the articles is prohibited without permission.
statements expressed in the articles are solely the opinions of the authors.
authors are fully responsible for the content and accuracy of their articles.
other reuse or republication requires permission from the journal."
use or modification of the articles is prohibited without permission.
statements expressed in the articles are solely the opinions of the authors.
authors are fully responsible for the content and accuracy of their articles.
other reuse or republication requires permission from the journal."