แนวทางการจัดการซากบรรจุภัณฑ์เคมีทางการเกษตรแบบมีส่วนร่วมของเกษตรกรเพื่อป้องกันการปนเปื้อนสารเคมีลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี

Main Article Content

สุภาดา ขุนณรงค์
ผศ.ดร. ณัชชานุช พุ่มทอง
ผศ.ดร. ศิริพรรณ ศรัทธาผล

บทคัดย่อ

การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานของเกษตรกร (2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้และการจัดการซากบรรจุภัณฑ์เคมีทางการเกษตร (3) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยส่วนบุคคลกับพฤติกรรมการจัดการซากบรรจุภัณฑ์เคมีทางการเกษตร และ (4) เพื่อเสนอแนวทางการจัดการซากบรรจุภัณฑ์เคมีทางการเกษตร โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) เกษตรกร 391 ครัวเรือน ได้จากการสุ่มแบบบังเอิญจาก 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแก่งกระจาน อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด และ อำเภอเมือง เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม และ 2) ผู้นำชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 12 คน ประกอบด้วยผู้นำชุมชน ตัวแทนเกษตรกร เกษตรอำเภอ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้จากการคัดเลือกแบบเจาะจง เก็บข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง หลังจากนั้นนำผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งสองกลุ่มมาพัฒนาร่างแนวทางการจัดการซากบรรจุภัณฑ์เคมีทางการเกษตร และตรวจสอบร่างโดยการประชุมที่ประกอบด้วยเกษตรกร ผู้นำชุมชน และนักวิชาการจากสำนักงานเกษตรอำเภอ รวมจำนวน 60 คน เพื่อร่วมพิจารณาและปรับปรุงร่างดังกล่าว   ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรใช้สารเคมีกำจัดแมลงมากที่สุด 24.8% เป็นสารเคมีชนิดน้ำ 57.1% ส่วนใหญ่บรรจุในภาชนะพลาสติก ขนาดน้อยกว่า 1 กก./ล. 20.6%  ส่วนพฤติกรรมการคัดแยกและจัดเก็บซากบรรจุภัณฑ์เคมีทางการเกษตรอยู่ในระดับ “บางครั้ง” ( ±S.D. = 2.33±0.54 และ ±S.D. = 2.30±0.55 ตามลำดับ) ขณะที่พฤติกรรมการกำจัดซากบรรจุภัณฑ์เคมีทางการเกษตรอยู่ในระดับ “ไม่เคยปฏิบัติ” ( ±S.D. = 1.58±0.43) โดยเฉพาะขั้นตอนการกำจัดที่ไม่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล การได้รับความรู้หรือการฝึกอบรมมีผลต่อพฤติกรรมการกำจัดซากบรรจุภัณฑ์เคมีทางการเกษตรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05) แต่ไม่ส่งผลต่อการคัดแยกและจัดเก็บซากบรรจุภัณฑ์เคมีทางการเกษตรอย่างมีนัยสำคัญ และได้แนวทางการจัดการซากบรรจุภัณฑ์เคมีทางการเกษตรแบบมีส่วนร่วม 6 ขั้นตอน ที่สอดคล้องกับบริบทและสภาพปัญหาในพื้นที่ ได้แก่ (1) การวิเคราะห์สถานการณ์และสร้างความตระหนัก (2) การคัดแยกที่ต้นทางอย่างเป็นระบบ (3) การจัดเก็บอย่างปลอดภัยในระดับครัวเรือน (4) การจัดตั้งจุดรวบรวมระดับชุมชน (5) การส่งต่อไปยังสถานที่รับกำจัดอย่างถูกต้อง และ (6) การติดตาม ประเมินผล และสร้างแรงจูงใจ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ขุนณรงค์ ส., พุ่มทอง ณ., & ศรัทธาผล ศ. (2026). แนวทางการจัดการซากบรรจุภัณฑ์เคมีทางการเกษตรแบบมีส่วนร่วมของเกษตรกรเพื่อป้องกันการปนเปื้อนสารเคมีลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี. วารสารแก่นเกษตร, 54(4), 848–866. สืบค้น จาก https://li01.tci-thaijo.org/index.php/agkasetkaj/article/view/270308
ประเภทบทความ
บทความวิจัย (research article)

เอกสารอ้างอิง

กานต์จวรรณ วงค์ศักดิ์. 2560. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเกษตรกรทำนา อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัด ร้อยเอ็ด. วิทยานิพนธ์ ปริญญาวิทยาศาสตร มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

กัลยา วานิชย์บัญชา. 2550. สถิติสำหรับงานวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 3). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.

จิราภรณ์ หลาบคำ,ชลธิชา ผ่องจิตต์ และทิพาวรรณ เพทราเวช. 2559. พฤติกรรมการจัดการซากบรรจุภัณฑ์เคมีทางการเกษตรของเกษตรกรบ้านเกษตรพัฒนาเหนือและบ้านเกษตรสามัคคี ตำบลคำขวาง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. 18: 11-21.

ทัศนีย์ แสงอำนาจเจริญ. 2556. การศึกษาความรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง. วารสารวิชาการ รพศ/รพท เขต 4. 15: 211-218.

บัวทิพย์ แดงเขียน, พิมพรรณ รัตนโกมล, อัศวเดช สละอวยพร และมณฑาทิพย์ สุรินทร์อาภรณ์. 2560. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร จังหวัดชัยนาท. วารสารการพยาบาลและการศึกษา. 10: 107-122.

ลักษณีย์ บุญขาว และพาวีนา ผากา. 2563. ความรู้และพฤติกรรมการจัดการซากบรรจุภัณฑ์สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรผู้ปลูกผัก ตำบลขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารศรีนรินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์). 12: 66-77.

วิเชียร เกตุสิงห์. 2538. ค่าเฉลี่ยกับการแบ่งความหมาย: เรื่องง่าย ๆ ที่บางครั้งก็พลาดได้. ข่าวสารการวิจัยการศึกษา. 14: 8-11.

วิลาสินี สุขสาร. 2567. การประยุกต์ใช้โปรแกรมส่งเสริมการจัดการซากบรรจุภัณฑ์สารเคมีทางการเกษตรของครัวเรือนเกษตรกร ตำบลหารแก้ว อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ชุมชน. 2: 53-71.

สนาน ผดุงศิลป์. 2556. ความรู้และพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร ตำบลวังสรรพรส อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี. วิทยานิพนธ์ ปริญญารัฐประศาสนศาสตร มหาบัณฑิต (การจัดการภาครัฐและภาคเอกชน). มหาวิทยาลัยบูรพา.

สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร. 2556. ยกเครื่องเรื่องสารกำจัดศัตรูพืช (หน้า 121). แหล่งข้อมูล: https://taba.or.th/wp-content/uploads/2023/07/ยกเครื่องเรื่องสารกำจัดศัตรูพืช.pdf. ค้นเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2569.

สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี. 2569. เตือนภัยการเกษตร. แหล่งข้อมูล: https://www.opsmoac.go.th/ phetchaburi-warning-files-472891791245. ค้นเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2569.

สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี. 2556. การจัดการซากบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตร. แหล่งข้อมูล: https://www.nonthaburi.doae.go.th. ค้นเมื่อ 15 กันยายน 2568.

สำนักงานจังหวัดเพชรบุรี. ม.ป.ป. ประวัติความเป็นมา. แหล่งข้อมูล: https://phetchaburi.go.th/phet2/CODE/files/1416470966_ข้อมูลจังหวัด.pdf. ค้นเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2569.

สำนักงานที่ปรึกษาเชิงวิเคราะห์. 2569. รายงานการวิจัยการวิเคราะห์ขนาดตลาดผลิตภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช แนวโน้ม และแนวโน้ม แยกตามประเภท (ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหนู ยาฆ่าปลวก ยาขับไล่) แยกตามการใช้งาน (ที่อยู่อาศัย เชิงพาณิชย์ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม) แยกตามรูปแบบ และภูมิภาค การวิเคราะห์และคาดการณ์ตลาดโลก พ.ศ. 2025-2034. แหล่งข้อมูล: https://www.forinsightsconsultancy.com/th/ตลาดผลิตภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช. ค้นเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2569.

สุดา หันกลาง, อรวรรณ แกวบุญชู และเพลินพิศ สุวรรณอําไพ. 2560. ประสิทธิผลของโปรแกรมลดการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในชาวนาจังหวัดนครราชสีมา : การประยุกต์ใช้ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม. วารสารพยาบาลสาธารณสุข. 31: 183-200.

Bandura, A. 1977. Social learning theory. Prentice-hall, NJ.

Chambers, R. 1994. Participatory rural appraisal (PRA): Analysis of experience. World Development. 22: 1253–1268.

Cochran, W. G. 1977. Sampling Techniques. 3rd Edition. John Wiley & Sons, NY.

OECD. 2001. Extended producer responsibility: A guidance manual for governments. Paris: OECD publishing.

Oerke, E. C. 2006. Crop losses to pests. Journal of Agricultural Science. 144: 31–43.

Rosenstock, I. M., V. J. Strecher, and M. H. Becker. 1988. Social learning theory and the health belief model. Journal of Health Education Quarterly. 15: 175–183.

United Nations. 2569. World population projected to reach 9.8 billion in 2050, and 11.2 billion in 2100. Available: https://www.un.org/en/desa/world-population-projected-reach-98-billion-2050-and-112-billion-2100. Accessed Feb.9, 2026.

Yamane, T. 1973. Statistics: An introductory analysis. 3rd Edition. Harper and Row, NY.