จากเมืองพักสั้นสู่การพลิกโฉม: กรอบแนวคิดเชิงฟื้นสร้างเพื่อพัฒนามรดกโลกสู่จุดหมายปลายทางแห่งการเรียนรู้: กรณีศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ผู้แต่ง

  • เจษฎา ความคุ้นเคย สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยว คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

คำสำคัญ:

การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง, จุดหมายปลายทางแห่งการเรียนรู้, เมืองพักสั้น, เมืองมรดกโลก

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นเมืองพักสั้นของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2) พัฒนากรอบแนวคิดเชิงฟื้นสร้าง 3) ศึกษาศักยภาพของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และ 4) เสนอแนวทางการยกระดับสู่จุดหมายปลายทางแห่งการเรียนรู้ งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานรูปแบบผสานข้อมูล (Convergent Design) เก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากนักท่องเที่ยว จำนวน 400 คน ด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการทดสอบค่าที (t-test) ร่วมกับข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 4 กลุ่ม (ภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน ผู้ประกอบการรุ่นใหม่) รวม 16 คน และวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา 

ผลการวิจัยพบว่า 1) จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเผชิญภาวะเมืองพักสั้น (นักท่องเที่ยวร้อยละ 75.00 ไปเช้า-เย็นกลับ) สาเหตุหลักจากโครงสร้างพื้นฐานไม่เอื้ออำนวย และการขาดกิจกรรม ยามค่ำคืน 2) กรอบแนวคิดเชิงฟื้นสร้างที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ ธรรมาภิบาลแบบมีส่วนร่วม การออกแบบประสบการณ์เชิงเปลี่ยนผ่าน การสืบทอดมรดกมีชีวิต และเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ 3) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีจุดแข็งด้านทุนวัฒนธรรม แต่มีจุดอ่อนด้านกลไกเชิงสถาบันที่ขาดการบูรณาการ และ 4) ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติที่สำคัญ ได้แก่ การจัดตั้งศูนย์บัญชาการแบบเบ็ดเสร็จ การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ และการส่งเสริมเศรษฐกิจยามค่ำคืน ควบคู่กับการใช้ตัวชี้วัดที่เน้นผลลัพธ์เชิงบวกต่อชุมชนแทนการวัดเชิงปริมาณ ผลการศึกษานี้เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์เพื่อพลิกโฉมเมืองมรดกโลกให้หลุดพ้นจากการท่องเที่ยวเชิงมวลชนอย่างยั่งยืน

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2566). สถิติการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 2565. สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.

Bellato, L., Frantzeskaki, N., & Nygaard, C. A. (2023). Regenerative tourism: A conceptual framework leveraging theory and practice. Tourism Geographies, 25(4), 1026-1046. https://doi.org/10.1080/14616688.2022.2044376

Butler, R. W. (2006). The tourism area life cycle: Applications and modifications. Channel View Publications.

Calvi, L., & Moretti, S. (2020). Economic leakage in tourism: A framework for analysis. Routledge.

Cochran, W. G. (1977). Sampling techniques (3rd ed.). John Wiley & Sons.

Creswell, J. W., & Creswell, J. D. (2018). Research design: Qualitative, quantitative, and mixed methods approaches. SAGE.

Dredge, D. (2022). Regenerative tourism and destination stewardship. Tourism Geographies, 24(1), 15-33. https://doi.org/10.1080/14616688.2021.1969242

Freeman, R. E. (1984). Strategic management: A stakeholder approach. Pitman.

Grand View Research. (2025). Heritage tourism market size, share & trends analysis report by type (cultural, natural), by age group (below 20, 20-30, 31-40, 41-50, above 50), by region, and segment forecasts, 2025 - 2030. https://www.grandviewresearch.com/industry-analysis/heritage-tourism-market-report

Richards, G. (2018). Cultural tourism: A review of recent research and trends. Journal of Hospitality and Tourism Management, 36, 12-21.

Smith, L. (2021). Emotional heritage: Visitor engagement at museums and heritage sites. Routledge.

Timothy, D. J. (2018). Cultural heritage and tourism: An introduction (2nd ed.). Channel View Publications.

UNESCO World Heritage Centre. (2023). Historic City of Ayutthaya. https://whc.unesco.org/en/list/576/

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

12-05-2026

รูปแบบการอ้างอิง

ความคุ้นเคย เ. (2026). จากเมืองพักสั้นสู่การพลิกโฉม: กรอบแนวคิดเชิงฟื้นสร้างเพื่อพัฒนามรดกโลกสู่จุดหมายปลายทางแห่งการเรียนรู้: กรณีศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารจันทรเกษมสาร, 32(1), R65 - R80. สืบค้น จาก https://li01.tci-thaijo.org/index.php/crujournal/article/view/269804

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย