ผลของสารพาโคลบิวทราโซลต่อการชะลอการเจริญเติบโตของฟักข้าวในสภาพปลอดเชื้อ

Main Article Content

ไซนีย๊ะ สะมาลา
พลวัต ภัทรกุลพิสุทธิ
สมปอง เตชะโต
สุรีรัตน์ เย็นช้อน

บทคัดย่อ

การศึกษาผลของสารพาโคลบิวทราโซล (paclobutrazol: PBZ) ต่อการชะลอการเจริญเติบโตของต้นฟักข้าวในสภาพหลอดทดลอง โดยเพาะเลี้ยงชิ้นส่วนยอดบนอาหารแข็งสูตร MS (Murashige and Skoog) ที่เติมสาร PBZ ความเข้มข้นแตกต่างกัน ได้แก่ 0 1 2 และ 4 มิลลิกรัมต่อลิตร เพาะเลี้ยงที่อุณหภูมิ 25±2 องศาเซลเซียส และให้แสง 14 ชั่วโมงต่อวัน พบว่าอาหารแข็งสูตร MS ที่เติมสาร PBZ ส่งผลให้มีความสูงและจำนวนใบลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อาหารแข็งสูตร MS ที่เติมสาร PBZ ความเข้มข้น 4 มิลลิกรัมต่อลิตร ให้การยืดยาวของยอดน้อยที่สุด ซึ่งให้ความสูงเฉลี่ย 2.18 เซนติเมตร และจำนวนใบเฉลี่ย 5.2 ใบต่อต้น ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับอาหารแข็งสูตร MS ที่ไม่เติมสาร PBZ (เฉลี่ย 3.20 เซนติเมตร และ 6.4 ใบต่อต้น) และเมื่อนำยอดจากการเพาะเลี้ยงบนอาหารแข็งสูตร MS ที่เติมสาร PBZ เป็นเวลา 3 เดือน มาชักนำรากบนอาหารที่เติมอินโดลบิวทิริกแอซิด (indole-3-butyric acid: IBA) ความเข้มข้น 1 มิลลิกรัมต่อลิตร พบว่าต้นที่ผ่านการเลี้ยงบนอาหาร MS เติมสาร PBZ ความเข้มข้น 4 มิลลิกรัมต่อลิตร ให้ความสูงยอดเฉลี่ย 2.20 เซนติเมตร และความยาวรากเฉลี่ย 0.86 เซนติเมตร ซึ่งมีความแตกต่างกันทางสถิติกับต้นที่ไม่ผ่านการเลี้ยงบนอาหารแข็งสูตร MS ที่เติมสาร PBZ (ความสูงเฉลี่ย 2.76 เซนติเมตร และความยาวรากเฉลี่ย 3.38 เซนติเมตร) ดังนั้นการใช้สาร PBZ ความเข้มข้น 4 มิลลิกรัมต่อลิตร มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการชะลอการเจริญเติบโตของฟักข้าว และสามารถนำไปประยุกต์ใช้สำหรับเก็บรักษาเนื้อเยื่อฟักข้าวไว้ในสภาพปลอดเชื้อได้

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สะมาลา ไ., ภัทรกุลพิสุทธิ พ., เตชะโต ส., & เย็นช้อน ส. (2026). ผลของสารพาโคลบิวทราโซลต่อการชะลอการเจริญเติบโตของฟักข้าวในสภาพปลอดเชื้อ. วารสารวิชชา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, 45(1), 37–47. https://doi.org/10.65217/wichchajnstru.2026.v45i1.265961
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ครรชิต ธรรมศิริ. (2541). เทคโนโลยีการผลิตกล้วยไม้. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด.

ไซนีย๊ะ สะมาลา พลวัต ภัทรกุลพพิสุทธิ และสมปอง เตชะโต. (2558). การขยายพันธุ์ฟักข้าวภายใต้สภาวะปลอดเชื้อ. รายงานวิจัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.

ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. (2553). ฟักข้าว. สืบค้นเมื่อ 13 ธันวาคม 2567, จาก: https://phar.ubu.ac.th/herb-DetailPhargarden/253.

น้องนุช พจน์ชัยกุล. (2542). การเก็บรักษาเชื้อพันธุกรรมอ้อยในหลอดทดลอง. กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

เปรมฤดี ดำยศ. (2558). ผลของพาโคลบิวทราโซลต่อการเก็บรักษาพันธุ์กระจูดในสภาพปลอดเชื้อ. ใน การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 53: สาขาพืช สาขาสัตว์ สาขาสัตวแพทยศาสตร์ สาขาประมง สาขาส่งเสริมการเกษตรและคหกรรมศาสตร์ (หน้า 130-137). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

พัชริน ส่งศรี. (2555). ฟักข้าว พืชพื้นบ้านคุณค่าสูงเพื่อสุขภาพ. แก่นเกษตร, 40(1), 1-6.

พีรเดช ทองอำไพ. (2529). ฮอร์โมนพืชและสารสังเคราะห์. กรุงเทพฯ: ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

มณฑา วงศ์มณีโรจน์. (2540). การเก็บรักษาเชื้อพันธุกรรมพืชในสภาพปลอดเชื้อ. ใน เอกสารประกอบการอบรมทางวิชาการ เรื่อง เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อชั้นสูง (หน้า 31-39).นครปฐม: ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกทดลองสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์.

ลัดดาวัลย์ มูสิกาปาละ. (2552). เทคนิคการเก็บรักษาเชื้อพันธุ์หญ้าแฝกพันธุ์สงขลา 3 (Vetiveria zizanioides Nash) ในไนโตรเจนเหลว. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต (พืชศาสตร์). มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สงขลา.

วรรณดา พิพัฒน์เจริญชัย กาญจนรี พงษ์ฉวี และรัฐภัทร์ ประดิษฐ์สรรพ์. (2557). การเก็บรักษาพันธุ์หอมน้ำ Crinum thaianum Schulze ในสภาพปลอดเชื้อ. กรุงเทพฯ: สำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง.

โสภา ชูเพ็ง. (2553). ผลของวิตามินและ paclobutrazol ต่อการเจริญเติบโตของต้นกล้าสิงโตปากนกแก้วในสภาพปลอดเชื้อ. ใน การประชุมวิชาการเกษตร ครั้งที่ 11 (หน้า 421-424). ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

Benelli, C., Tarraf, W., Izgu, T. and De Carlo, A. (2022). In vitro conservation through slow growth storage technique of fruit species: An overview of the last 10 years. Plants, 11(23), 3188, doi: https://doi.org/10.3390/plants11233188.

El-Said R. and El-Fadl, A. (2017). Effect of growth retardants on shoot and root development of stevia (Stevia rebaudiana Bertoni) plant grown in vitro. IOSR Journal of Agriculture and Veterinary Science, 10(2), 16-24, doi: https://doi.org/10.9790/2380-1002011624.

Hazarika, B.N. (2003). Acclimatization of tissue-cultured plant. Current Science, 85(12), 1704-1712.

Indrayanti, R., Putri, R.E., Sedayu, A. and Adisyahputra, A. (2019). Effect of paclobutrazol for in vitro medium-term storage of banana variant cv. Kepok (Musa acuminata x balbisiana Colla). AIP Conference Proceedings, 2019(1), 020009, doi: https://doi.org/10.1063/1.5061845.

Kubola, J. and Siriamornpun, S. (2011). Phytochemicals and antioxidant activity of different fruit fractions (peel, pulp, aril and seed) of Thai gac (Momordica cochinchinensis Spreng). Food Chemistry, 127(3), 1138-1145, doi: https://doi.org/10.1016/j.foodchem.2011.01.115.

Lolaei, A., Mobasheri, S., Bemana, R. and Teymori, N. (2013). Role of paclobutrazol on vegetative and sexual growth of plants. International Journal of Agriculture and Crop Sciences, 5(9), 958-961.

Mendes, M.I.S., Verde, D.S.V., Ramos, A.P.S., Gesteira, A.S., Filho, W.S.S. and Souza, A.S. (2021). In vitro conservation of citrus rootstocks using paclobutrazol and analysis of plant viability and genetic stability. Scientia Horticulturae, 286, 110231, doi: https://doi.org/10.1016/j.scienta.2021.110231.

Murashige, T. and Skoog, F. (1962). A reverse medium for rapid growth and bioassays with tobacco tissue culture. Plant Physiology, 15(3), 473-497, doi: https://doi.org/10.1111/j.1399-3054.1962.tb08052.x.

Pateli, P., Papafotiou, M.P. and Chronopoulos, J.C. (2004). Comparative effects of four plant growth retardants on growth of Epidendrum radicans. The Journal of Horticultural Science and Biotechnology, 79(2), 303-307, doi: https://doi.org/10.1080/14620316.2004.11511765.

Wu, Y., Sun, M., Zhang, J., Zhang, L., Ren, Z., Min, R., Wang, X. and Xia, Y. (2019). Differential effects of paclobutrazol on the bulblet growth of oriental lily cultured in vitro: Growth behavior, carbohydrate metabolism, and antioxidant capacity. Journal of Plant Growth Regulation, 38(2), 359-372, doi: https://doi.org/10.1007/s00344-018-9844-5.