การพัฒนานวัตกรรมในการวัดและจัดทําแผนที่ความชื้นผิวดินจากดาวเทียม SMAP
Main Article Content
Abstract
การพัฒนานวัตกรรมในการวัดและจัดทำแผนที่ความชื้นผิวดินจากดาวเทียม SMAP (Soil Moisture Active Passive) มีวัตถุประสงค์ในการจัดทำแผนที่ความชื้นผิวดินด้วยข้อมูลจากดาวเทียม SMAP โดยเริ่มจากการพัฒนาเครื่องมือที่เป็นส่วนประกอบพื้นฐานของการจัดทำระบบอัตโนมัติที่ช่วยลดระยะเวลาการทำงานตั้งแต่การดาวน์โหลดข้อมูล การประมวลผลข้อมูลรายเดือน และการจัดทำแผนที่ออนไลน์ (Web Map Service, WMS) ในรูปแบบของแผนที่อนุกรมเวลา (Time Series) ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2561 ถึง สิงหาคม ปี พ.ศ. 2563 โดยนำภาพถ่ายดาวเทียม SMAP ซึ่งเป็นการตรวจวัดความชื้นของผิวดินด้วยเทคนิค L-band radar และ radiometer ร่วมกับการประมวลผลรวมกันระหว่างดาวเทียม Sentinel-1 เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ความละเอียดที่ 1 km โดยการดาวน์โหลดข้อมูลให้เป็นแบบอัตโนมัติ จากนั้นทำการประมวลผลค่าความชื้นด้วยชุดคำสั่งที่พัฒนาขึ้นโดยใช้ไพธอนสคริปต์ (Python Script) ร่วมกับไลบรารี(library) ข้อมูลเชิงพื้นที่ชื่อ “The Geospatial Data Abstraction Library (GDAL)” หลังจากนั้นทำการเปรียบเทียบค่าที่ได้กับข้อมูลความชื้นผิวดินจากอุปกรณ์IOT (Internet of Thing) โดยใช้ขอบเขตพื้นที่การศึกษาคือจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดกำแพงเพชร และนำค่าที่ได้จากวิธีทั้งสองนี้มาเปรียบเทียบกัน ผลจากการศึกษาพบว่าค่าความชื้นผิวดินจากดาวเทียม SMAP และค่าความชื้นจากภาคสนาม (IOT) มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อยู่ที่ 0.04 ถึง 0.1 และเนื่องการเก็บข้อมูลจากภาคสนาม (IOT) นั้นเป็นการเก็บข้อมูลค่าความชื้นบนผิวดินเพียงตำแหน่งเดียวที่เครื่องวัดทำการติดตั้งอยู่ ทำให้ได้ค่าความชื้นผิวดินมาเพียงแค่จุดนั้น ๆ แต่การเก็บค่าจากการใช้ภาพถ่ายดาวเทียม SMAP นั้นเป็นการเก็บข้อมูลในพื้นที่ขนาด 1 km2 ทำให้ค่าความชื้นผิวดินที่ได้มานั้นจะมีการเฉลี่ยค่าความชื้นของสิ่งอื่น ๆ ที่อยู่ในจุดภาพมาด้วย ดังนั้นขนาดของพื้นที่ในการใช้งานจึงส่งผลเป็นอย่างมากต่อประสิทธิภาพสูงสุดของข้อมูล
Article Details
use or modification of the articles is prohibited without permission.
statements expressed in the articles are solely the opinions of the authors.
authors are fully responsible for the content and accuracy of their articles.
other reuse or republication requires permission from the journal."