ผลกระทบจากการขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตร ที่มีผลต่อความมั่นคงทางด้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่

ผู้แต่ง

  • สายสกุล ฟองมูล สาขาวิชาการพัฒนาส่งเสริมและนิเทศศาสตร์เกษตร คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้

คำสำคัญ:

การขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตร, ความมั่นคงทางด้านอาหาร

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์  1) เพื่อศึกษาสถานการณ์แรงงานภาคการเกษตรต่อความมั่นคงทางด้านอาหารในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่  2) เพื่อศึกษาผลกระทบจากการขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตรต่อความมั่นคงทางด้านอาหารในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และ  3) เพื่อหาแนวทางและข้อเสนอแนะในการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยทำการศึกษาในเขตพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่แจ่ม อำเภอจอมทอง อำเภอฝาง อำเภอเชียงดาว และอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสังเกตการณ์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้คือ กลุ่มเกษตรกร แรงงานภาคการเกษตรในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน       400 ราย วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติพรรณนาและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการศึกษาสถานการณ์แรงงานภาคการเกษตรต่อความมั่นคงทางด้านอาหารในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า แรงงานภาคเกษตรมีสัดส่วนลดลง สมาชิกในครัวเรือนเกษตรที่มีอายุมากกว่า 65 ปี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นกลุ่มที่ภาครัฐต้องให้การดูแลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะเป็นผู้ผลิตอาหารแล้ว ยังคงเป็นกลุ่มคนที่มีฐานะความเป็นอยู่ด้อยกว่ากลุ่มคนอื่นๆ ในสังคม ผลจากการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุทำให้สัดส่วนผู้สูงอายุที่ยังอยู่ในกำลังแรงงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากประชากรวัยแรงงานในอนาคตจะมีแนวโน้มลดลง และเกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุที่ยังมีศักยภาพเข้ามาทำงานทดแทนผู้ที่อยู่ในวัยแรงงาน ดังนั้น ประชากรสูงอายุเหล่านี้นับวันจะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และความมั่นคงทางอาหารของไทยในอนาคต

แนวทางและข้อเสนอแนะในการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร คือ ส่วนใหญ่มีการทำการเกษตรแบบพึ่งพาธรรมชาติ และมีปัจจัยเสริมคือ อยู่ใกล้แหล่งน้ำ จึงทำการเพาะปลูกได้ดี แต่ทั้งนี้แรงงานช่วยทำการเกษตร ยังคงต้องจ้างแรงงานจากภายนอกซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว และแนวทางการปรับตัวของเกษตรกรต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ได้แก่  1) การเช่าพื้นที่เพาะปลูกเพื่อทำการผลิตพืชรายได้เพิ่มขึ้น เกษตรกรที่สามารถเข้าถึงการเช่าที่ดิน ได้เพิ่มพื้นที่ปลูกพืชรายได้พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนการผลิตพืชหลัก  2) การทำการเกษตรผสมผสานพืชไร่–ปศุสัตว์ เป็นระบบที่เกษตรกรได้ร่วมกันแสวงหาทางเลือกใหม่ในการสร้างรายได้ ซึ่งเป็นระบบการผลิตที่เกษตรกรมีความรู้และทักษะเป็นอย่างดี และพึ่งพิงกับปัจจัยภายนอกและเทคโนโลยีน้อยที่สุด มีความเสี่ยงน้อยและมีโอกาสสำเร็จสูง และเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด

Downloads

Download data is not yet available.

References

1. Chiangmai Provincial Agricultural Extension Office. 2014. Report of Chiang Mai Agricultural Economic. 13 p. In Annual Report 2014. Chiang Mai: Chiang Mai Provincial Agricultural Extension Office. [in Thai]
2. Fongmul, S. 2008. The Changing of Aging Population for Agricultural Labor Management: The Case of Mae Faek, San Sai District, Chiang Mai Province. 11 p. In Research Report. Chiang Mai: Maejo University. [in Thai].
3. Fongmul, S. 2011. Study on Agricultural Labor Force Crises: The Case of Longan. 96 p. In Research Report. Chiang Mai: Maejo University. [in Thai]
4. Office of the National Economics and Social Development Board. 2014. Situation and Impact of Foreign Workers in the Thai Economy. 27 p. In Annual Report 2014. Bangkok: Ministry of Labour. [in Thai]
5. Singhapreecha, C.H. 2015. The impact of agricultural demographic structural change on food security in Thai agricultural sector. Journal of the Association of Researchers 20(1): 107-121. [in Thai]

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2020-04-30