ปริมาณการใช้น้ำของกาแฟพันธุ์อะราบิกาภายใต้สภาพร่มเงาต่างกันในช่วงแล้ง
คำสำคัญ:
กาแฟ, อะราบิกา , ปริมาณการใช้น้ำ , การคายระเหยน้ำ , การเคลื่อนที่ของน้ำในต้นพืชบทคัดย่อ
การศึกษาปริมาณการใช้น้ำของกาแฟพันธุ์ อะราบิกา (Coffea arabica L.) ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีร่มเงาแตกต่างกันในช่วงฤดูแล้ง ดำเนินการทดลองระหว่างวันที่ 22–28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กาแฟอายุ 3 ปี ปลูกในกระถางขนาด 30 ลิตร จำนวน 4 ต้น (1 ต้นต่อกระถาง) แบ่งเป็นใต้แสลนพรางแสง 50% และกลางแจ้ง อย่างละ 2 ต้น ต้นกาแฟอยู่ในช่วงพัฒนาตาดอก (bud growth stage) ซึ่งเป็นระยะที่ตอบสนองต่อการให้น้ำอย่างชัดเจน ติดตั้งหัววัดอัตราการไหลของน้ำในลำต้น (sap flow) และเก็บข้อมูลสภาพอากาศด้วยสถานีอัตโนมัติ เพื่อคำนวณค่าการใช้น้ำของพืช (ETc) ค่าการคายระเหยอ้างอิง (ETo) และค่าสัมประสิทธิ์พืช (Kc) รายวัน โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาปริมาณ การใช้น้ำของกาแฟพันธุ์อะราบิกาในช่วงฤดูแล้งภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีร่มเงาแตกต่างกัน โดยใช้เทคนิคการวัดอัตราการไหลของน้ำในลำต้น (sap flow) 2) เพื่อหาค่าสัมประสิทธิ์พืช (Kc) สำหรับใช้ในการวางแผนจัดการน้ำอย่างแม่นยำในช่วงฤดูแล้ง และ 3) เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างค่าความต่างศักย์ไอระเหย (VPD) กับค่าการคายระเหยอ้างอิง (ETo) และปริมาณการใช้น้ำจริงของพืช (ETc) ผลการทดลองพบว่า ต้นที่ปลูกกลางแจ้งมีค่า ETc เฉลี่ย 2.15 ลิตร/ต้น/วัน และ Kc เฉลี่ย 1.39 ขณะที่ใต้ร่มเงามีค่า ETc เฉลี่ย 1.06 ลิตร/ต้น/วัน และ Kc เฉลี่ย 0.61 ความสัมพันธ์ระหว่าง VPD กับ ETo มีค่า R²=0.934 ส่วนระหว่าง VPD กับ ETc มีค่า R²=0.526 สะท้อนให้เห็นถึงกลไกการควบคุมการคายน้ำของพืชที่ตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม ผลที่ได้สามารถนำไปใช้วางแผนจัดการน้ำอย่างแม่นยำในระบบการปลูกกาแฟ โดยเฉพาะช่วงกระตุ้นตาดอกในฤดูแล้ง
เอกสารอ้างอิง
Allen, R.G., L.S. Pereira, D. Raes and M. Smith. 1998. Crop evapotranspiration: guidelines for computing crop water requirements (FAO Irrigation and Drainage Paper No. 56) FAO. Retrieved from https://www.fao.org/3/x0490e/x0490e00.htm
Carr, M.K.V. 2001. The water relations and irrigation requirements of coffee. Experimental Agriculture 37 (1): 1–36. https://doi.org/10.1017/S0014479701001017
DaMatta, F.M., C.P. Ronchi, M. Maestri and R.S. Barros 2007. Ecophysiology of coffee growth and production. Brazilian Journal of Plant Physiology 19(4): 485–510. https://doi.org/10.1590/S1677-04202007000400014
Department of Agricultural Extension. 2023. Arabica Coffee Production Manual Bangkok: Ministry of Agriculture and Cooperatives. 31 p. [in Thai].
Kunjet, S., S. Yamuangmorn and P. Theerakulpisut. 2020. Sap flow and stomatal conductance of durian trees under different irrigation regimes. Kasetsart Journal - Natural Science 54(5): 647–656.
Nation Thailand. 2024. Thailand’s coffee import statistics rise 12%. Retrieved from https://www.nationthailand.com
Office of Agricultural Economics. 2023. Agricultural production statistics: coffee. Ministry of Agriculture and Cooperatives. Retrieved from http://www.oae.go.th/
Thai Meteorological Department. 2023. Monthly climate summary. Retrieved from http://www.tmd.go.th
Van Asten, P.J.A., L.W.I. Wairegi, D. Mukasa and N.O. Uringi. 2011. Agronomic and economic benefits of coffee–banana intercropping in Uganda’s smallholder farming systems. Agricultural Systems 104 (4): 326–334. https://doi.org/10.1016/j.agsy.2010.12.004
Wintgens, J.N. 2012. The Coffee Plant. pp. 1–24 In Wintgens, J.N. (ed.). Coffee: Growing, Processing, Sustainable Production: A Guidebook for Growers, Processors, Traders, and Researchers. Weinheim: Wiley-VCH.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยและส่งเสริมวิชาการเกษตร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร

